ขอถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

4.2.08

แนะนำบ้าน...นักวิ่ง

1) พลโท ธงชัย ตระสินธุ์ ผู้ชำนาญการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก 357ประธานชมรมวิ่งแข่งขันสวนน้ำบุ่งตาหลั่ว นครราชสีมา ประธานและกรรมการสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ http://moosing.exteen.com/ และ http://moosing.spaces.live.com/ ใครเลยจะคิดว่านักวิ่งอาวุโสอย่างท่านนี้จะมีบ้านไอทีเป็นของตัวเอง แวะไปเยี่ยมบ้านท่านเสียก่อน แล้วคุณจะติดใจ เพราะบ้านของท่านเป็นรวมเรื่องราว และทิปน่ารู้สำหรับนักวิ่งไว้มากมายเลยทีเดียว อย่าพลาด... บ้านหลังนี้เชียว

2) บ้าน คนชอบวิ่ง (นพ.สุธี ฮั่นตระกูล) คุณหมออีกท่าน ที่ชื่นชอบการวิ่ง http://gotoknow.org/profile/shantrakul
และนานาสาระที่เป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่ง http://gotoknow.org/blog/jogging

3) บ้านคุณหมอ นพ.สมนึก ตปนียวรวงศ์ (JFK) นอกจากจะเป็นคุณหมอ ยังมีงานอดิเรกต่างๆที่น่าสนใจมากมาย รวมทั้ง " วิ่ง " ด้วยเช่นกัน บ้านคุณหมอ http://www.2jfk.com/

4) บ้าน นายวิมุติ วสะหลาย หนุ่มนักดาราศาสตร์ และงานอดิเรกดูดาว ส่องนก http://www.naiwimut.org/ หลังนี้เป็นเรื่องราวเบื้องลึกส่วนตัวของเขาเองส่วนอีกหลัง ใหญ่ไม่แพ้บ้านแรก http://www.verdantplanet.org/ ชื่อบ้าน "โลกสีเขียว" เป็นแหล่งรวมนานาสารพัดสัตว์ ที่หลายๆคนอาจไม่เคยได้เห็นหรือรู้จักมาก่อนลองแวะไปดู ไปชม กันได้ ค่าเข้าชมฟรี...

5) บ้านคุณราเชน สามหล้า (ชินจัง) นักวิ่งสังกัดชมรมไทยมาราธอนนอกจากจะเป็นนักวิ่ง ยังใช้เวลาว่างส่วนใหญ่อ่านหนังสือบ้านเล็กของนักวิ่งท่านนี้ จึงมีเรื่องราวต่างๆมากมายที่เกี่ยวกับหนังสือเล่าสู่กันฟัง http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rsamlha (http://www.rsamlha.bloggang.com/)

6) บ้าน นายโคโกโร่ http://kogoro9.multiply.com/ เป็นบ้านหลังเล็กบันทึกเรื่องราวส่วนตัวที่กล้าเปิดเผยและความทรงจำบนสนามวิ่งต่างๆ แวะไปอ่านกันได้นะครับ

7) บ้าน คุณเจียระนัย แสงอุทัย- เจอรี่ สังกัดไทยมาราธอน และชมรมวิ่งระยองเป็นนักวิ่งสาวที่มีบ้านเป็นของตัวเองเหมือนกัน และ ไม่ใช่แค่หลังเดียวเท่านั้นนะhttp://jerryjane.multiply.com/ อีกหลัง http://jerrysang.spaces.live.com/ ลองแวะไปเยี่ยม และ ทักทายพูดคุยกับเธอได้

8) บ้านนักวิ่งสาวอีกหลัง ที่มีนามว่า ป้าสมใจ นักวิ่งไทยในต่างแดน อยากรู้ว่า ป้าสมใจ เป็นใคร ต้องแวะไปชม http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=thanatorn (http://www.thanatorn.bloggang.com/)

Labels:

ไอทีโซน-''ชิพเวลา''กันนักวิ่งมาราธอนโกง

โดย คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 02:18 น.

การแข่งขันวิ่งมาราธอนนอกจากต้องมีนักกีฬาและกรรมการแล้ว ยังต้องมีเครื่องจับเวลาที่ใช้กับกีฬาประเภทนี้โดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมาต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้า นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.ขอนแก่น จึงพัฒนาชิพจับเวลาติดบนเสื้อ ช่วยให้ตัดสินแพ้-ชนะได้อย่างโปร่งใส

นายกรวิษณ์จั่นทอง นักศึกษาปี 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า ชิพจับเวลาดังกล่าวเป็นชิพอาร์เอฟไอดี ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายป้ายชื่อ แต่หุ้มซิลิโคนเพื่อป้องกันน้ำ หรือเหงื่อ ส่วนวิธีใช้งานก็เพียงกลัดไว้บนเสื้อ หรือกางเกงของนักกีฬา แต่ในอนาคตจะออกแบบเป็นสายรัดข้อมือ เอาใจนักกีฬาที่ชอบถอดเสื้อวิ่ง

จากการทดลองใช้งานป้ายจับเวลาในนักวิ่ง50 คน โดยแบ่งเป็น 5 แถวหน้ากระดาน แถวละ 10 คน และให้ออกวิ่งจำลองเหตุการณ์ พบว่า ป้ายอ่านเวลาสามารถอ่านข้อมูลได้ 46 คน หรือคิดเป็นค่าความคลาดเคลื่อน 8% นอกจากตัวชิพอาร์เอฟไอดีที่อยู่ในรูปป้ายชื่อแล้วที่จุดสตาร์ท จุดเช็กพ้อยช์และเส้นชัย จะต้องติดตั้งเครื่องอ่านสัญญาณและเสาอากาศ ซึ่งทำหน้าที่ส่งคลื่นสัญญาณวิทยุความถี่สูง โดยเครื่องอ่านจะอ่านรหัสนักวิ่งจากป้ายและบันทึกข้อมูลเวลาที่นักวิ่งผ่าน ณ จุดนั้น แล้วส่งไปยังชุดคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะประมวลผลว่านักวิ่งหมายเลขนั้นออกสตาร์ทเวลาเท่าไร ไปถึงจุดเช็กพ้อยช์และเข้าเส้นชัยในเวลาเท่าไร
ระบบจับเวลาจะช่วยป้องกันการโกงขณะแข่งขันสำหรับผู้ที่ไม่ยอมวิ่งไปยังจุดที่กรรมการกำหนด โดยข้อมูลจะฟ้องผ่านเครื่องอ่าน ทำให้ทราบว่าผู้แข่งขันผ่านจุดนั้นๆ มาแล้วหรือไม่ หรือวิ่งออกนอกเส้นทางเพื่อให้ถึงเส้นชัยเร็วขึ้น เป็นต้น นายกรวิษณ์ กล่าว

นายพันธาวุฒิ ภูครองจิต เพื่อนร่วมทีมพัฒนากล่าวว่า เครื่องจับเวลาของกีฬาวิ่งมาราธอนดังกล่าวใช้ทุนวิจัยประมาณ 7.5 แสนบาท ในการจัดซื้อเครื่องอ่าน 3 เครื่อง เสาอากาศ 20 เสา และป้ายอัจฉริยะ 1 หมื่นชิ้น ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผศ.ดร.ดารณี หอมดี อาจารย์ประจำภาควิชา เป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัย คาดว่าประมาณปี 2553 จะเป็นสินค้าออกสู่ตลาดได้


คำถามของผม:
ชิพจะกันนักวิ่งโกงได้จริงหรือ
และคาดว่าประมาณปี 2553 จะมีชิพจับเวลาโดยฝีมือคนไทยผลิตออกสู่ตลาด โดย มข.
แล้วสถาบันอื่นหายไปไหนเสียล่ะ รพ.สิชล, มอ., มทร ฯลฯ

Labels:

8.1.08

ระยะทางจากกรุงเทพ ถึง แต่ละจังหวัด

กรุงเทพ-กระบี่ 814 กม. กรุงเทพ-กาญจนบุรี 128 กม. กรุงเทพ-กาฬสินธุ์ 519 กม.
กรุงเทพ-กำเเพงเพชร 358 กม. กรุงเทพ-ขอนเเก่น 449 กม.
กรุงเทพ-จันทรบุรี 245 กม. กรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา 82 กม.
กรุงเทพ-ชลบุรี 81 กม. กรุงเทพ-ชัยนาท 194 กม. กรุงเทพ-ชัยภูมิ 342 กม.
กรุงเทพ-ชุมพร 463 กม. กรุงเทพ-เชียงราย 785 กม. กรุงเทพ-เชียงใหม่ 696 กม.
กรุงเทพ-ตรัง 828 กม. กรุงเทพ-ตราด 315 กม. กรุงเทพ-ตาก 426 กม.
กรุงเทพ-นครนายก 107 กม. กรุงเทพ-นครปฐม 56 กม. กรุงเทพ-นครพนม 740 กม.
กรุงเทพ-นครราชสีมา 259 กม. กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช 780 กม. กรุงเทพ-นครสวรรค์ 240 กม.
กรุงเทพ-นนทบุรี 20 กม. กรุงเทพ-นราธิวาส 1149 กม. กรุงเทพ-น่าน 668 กม.
กรุงเทพ-บุรีรัมย์ 383 กม. กรุงเทพ-ปทุมธานี 46 กม. กรุงเทพ-ประจวบ 281 กม.
กรุงเทพ-ปราจีน 136 กม. กรุงเทพ-ปัตตานี 1055 กม.
กรุงเทพ-พะเยา 691 กม. กรุงเทพ-พังงา 788 กม. กรุงเทพ-พัทลุง 840 กม.
กรุงเทพ-พิจิตร 344 กม. กรุงเทพ-พิษณุโลก 377 กม. กรุงเทพ-เพชรบุรี 123 กม.
กรุงเทพ-เพชรบูรณ์ 346 กม. กรุงเทพ-เเพร่ 551 กม.
กรุงเทพ-ภูเก็ต 862 กม. กรุงเทพ-มหาสารคาม 475 กม. กรุงเทพ-มุกดาหาร 642 กม.
กรุงเทพ-เเม่ฮ่องสอน 924 กม. กรุงเทพ-ยโสธร 531 กม. กรุงเทพ-ยะลา 1084 กม.
กรุงเทพ-ร้อยเอ็ด 512 กม. กรุงเทพ-ระนอง 568 กม. กรุงเทพ-ระยอง 179 กม.
กรุงเทพ-ราชบุรี 100 กม. กรุงเทพ-ลพบุรี 153 กม. กรุงเทพ-ลำปาง 599 กม.
กรุงเทพ-ลำพูน 670 กม. กรุงเทพ-เลย 520 กม.
กรุงเทพ-ศรีสะเกษ 531 กม. กรุงเทพ-สกลนคร 647 กม.
กรุงเทพ-สงขลา 950 กม. กรุงเทพ-สตูล 973 กม.
กรุงเทพ-สมุทรปราการ 29 กม. กรุงเทพ-สมุทรสงคราม 72 กม. กรุงเทพ-สมุทรสาคร 36 กม.
กรุงเทพ-สระเก้ว 237 กม. กรุงเทพ-สระบุรี 107 กม. กรุงเทพ-สิงห์บุรี 142 กม.
กรุงเทพ-สุโขทัย 427 กม. กรุงเทพ-สุพรรณ 100 กม. กรุงเทพ-สุราฎ 644 กม.
กรุงเทพ-สุรินทร์ 426 กม. กรุงเทพ-หนองคาย 615 กม. กรุงเทพ-หนองบังลำภู 577 กม.
กรุงเทพ-อยุธยา 76 กม. กรุงเทพ-อ่างทอง 105 กม. กรุงเทพ-อำนาจเจริญ 585 กม.
กรุงเทพ-อุดร 564 กม. กรุงเทพ-อุตรดิตถ์ 491 กม. กรุงเทพ-อุทัย 219 กม. กรุงเทพ-อุบล 592 กม.

Labels:

8.10.07

ร.ร. บางกอกพัฒนา: Run through History



ชื่องาน: Bangkok Patana School Run Through History
สถานที่ : เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ
วันที่ : 7 ตุลาคม 2550

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการแข่งขันของสนามนี้ ทุกระยะวิ่งในเมืองโบราณ ใช้ประตูเข้า-ออกของเมืองโบราณเป็นจุดปล่อยตัวและเส้นชัย เส้นทางภายในก็เป็นถนนสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมโบราณสถานต่างๆที่รวบรวมจากทั่วประเทศไทย ระยะ 5 กม. วิ่งรอบเดียว ส่วน 10 กม. ผู้จัดให้วิ่ง 2 รอบ มีจุดให้น้ำทุกๆ 1 กม.

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: งานนี้คงต้องบอกว่าเส้นทางสำหรับการวิ่งเพื่อสุขภาพเพอร์เฟคค่ะ แต่จะพลาดก็ตรงที่การรับสมัคร แจกเบอร์ให้กับนักวิ่ง และกรรมการบอกเส้นทาง ที่ไม่ชัดเจน

นักวิ่งโดยส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่สมัครล่วงหน้ากันมาก่อนทั้งนั้น แต่ต้องใช้เวลาในการรับเบอร์ที่นานมาก ไม่ใช่นานพอสมควร ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นเลย งานนี้เจ้าหน้าที่หรือกรรมการส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเสียค่อนข้างมาก ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆที่ให้เด็กได้มีโอกาสมาจัดกิจกรรมเพื่อส่วนรวมและบางคนก็เหมือนกับอาสาสมัครที่ยินดีมาช่วยงาน ถือเป็นการกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้มากขึ้นจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ แต่การที่จะให้เด็กๆจัดการกันเองทุกอย่างคงไม่ได้สมบูรณ์และง่ายมากนัก ซึ่งในแต่ละหน้าที่หลักๆควรมีผู้ใหญ่เป็นหลักสักคนหรือสองคนคอยดูแลและรับผิดชอบบ้าง เมื่อยามที่เด็กเค้ามีปัญหาจะได้แก้ไขปัญหาได้เป็นระบบมากขึ้น
งานนี้ดูจะมีคนรับผิดชอบอยู่คนเดียวหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะนักวิ่งมีปัญหาเรื่องการรับเบอร์อะไร เด็กๆก็จะบอกให้ไปหาคุณไซมอน นักวิ่งที่มีปัญหานับร้อยคนเดินไปหาคุณไซมอน อะไรก็คุณไซมอน สุดท้ายแล้วคุณไซมอนก็มีแค่ 2 มือจะมีปัญญาอะไรมาแก้ไขให้นักวิ่งนับร้อย แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหาก็เลยกลายเป็นปัญหางูกินหางเข้าไปอีก
เจ้าหน้าที่และกรรมการส่วนใหญ่คงจะไม่มีประสบการณ์การจัดงานวิ่งมากนัก แต่ก็ควรจะมีข้อมูลพื้นฐานหรือเข้าใจกฎกติกาพื้นฐานร่วมกัน อาทิ เบอร์วิ่งสีไหนระยะอะไร ผู้หญิง ผู้ชายสีอะไร หมายเลขที่ติดหน้าอกหมายความว่าอย่างไรเช่นนี้เป็นต้น เพราะตอนที่คุณคิมนักวิ่งสังกัดไทยมาราธอน เจ้าหน้าที่หาเบอร์ไม่พบเลยให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่อีกท่านนึง แต่ก็รออยู่เป็นนานสองนาน ปรากฎว่าก็ได้เบอร์วิ่งผู้หญิงมาทั้งๆที่คุณคิมเป็นผู้ชาย ผมก็เลยท้วงว่าเนี่ยเบอร์วิ่งผู้หญิงนะ เจ้าหน้าที่กลับตอบอย่างมั่นใจเนี่ยเบอร์ผู้ชาย เฮ้อ... ก็เบอร์อย่างนี้สีนี้อ่ะ ผู้หญิงเค้าติดกันนี่นา... ก็เห็นๆกันอยู่

สุดท้ายอาจจะเป็นการผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร... บางครั้งดูเจ้าหน้าที่หรือกรรมการจะไม่ค่อยมั่นใจหรือสันทัดภาษาไทยสักเท่าไหร่ เลยทำให้นักวิ่งบางคน งง งง หรือบางคนจากที่ต้องวิ่ง 2 รอบ กลายเป็นวิ่ง 3 รอบก็มี หากผู้จัดไม่แน่ใจเรื่องการสื่อสารของกรรมการ ก่อนการปล่อยตัวควรแจ้งกฎ กติกา หรือรูปแบบการแข่งขันคร่าวๆที่สำคัญให้นักวิ่งได้รับทราบกันเสียหน่อยก็จะเป็นการดี หรือมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถให้คำปรึกษากับนักวิ่งไทยไว้เป็นหลักสักคน

แต่อย่างไรก็ดี แม้จะผิดพลาดในครั้งนี้ ก็ขอให้เป็นบทเรียนและประสบการณ์ให้กับผู้จัดมากยิ่งขึ้น และพัฒนาให้ก้าวไปข้างหน้าให้สมกับชื่อ บางกอกพัฒนา นะคะ


คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
คงไม่มีอะไรมากสำหรับสนามนี้ แม้ว่าค่าสมัครจะแพงไปสักนิดแต่ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศมาวิ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยได้เปิดให้นักวิ่งได้เข้ามาวิ่งกันบ่อยๆมากนัก ซึ่งปกติก็ต้องเสียค่าเข้าชม ก็ถือว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักวิ่ง เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งมีวิ่งกันทั้งทีก็น่าจะใช้โอกาสนี้ให้คุ้ม ทั้งวิ่งทั้งเยี่ยมชมสถานที่ในบริเวณนั้น และเหมาะที่จะมากันเป็นครอบครัวใช้เวลาว่างๆเช้าวันอาทิตย์ออกกำลังกายด้วยกัน

Labels: , ,

25.9.07

เมื่อนักวิ่ง เสียชีวิตในสนามวิ่ง


จะมีใครคิดเหมือนผมบ้างไหม? เหตุการณ์นี้นอกจะเป็นบทเรียนแก่นักวิ่ง มันก็น่าจะเป็นบทเรียนให้ผู้จัดบ้าง

23 กันยายน 2550 รายการแข่งขัน สยามมาราธอน ครั้งที่ 2 ณ สวนสาธารณะหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ระยะมาราธอนปล่อยตัว 03.40 น. มาราธอนสนามนี้เมื่อปีที่แล้วติดไปทำงานทางใต้เลยกลับขึ้นมาวิ่งไม่ทัน
ปีนี้ก็เลยมาเก็บซะ ถ้าปีที่แล้วผมมีโอกาสมาวิ่ง ปีนี้ผมคงไม่มาที่แน่เลย

เส้นทางการแข่งขัน แม้จะดูง่ายๆ แต่มันเสี่ยงมากเลย ผมเกือบจะได้แพร่ระบาดเชื้อบ้าให้กับบรรดาเจ้าเขี้ยวงามที่คอยสอดส่องดูแลทรัพย์สินให้ผู้ปกครองของมันเสียแล้ว แต่โชคดีหวุดหวิดรอดมาได้ เป็นเส้นทางที่มีหมาเยอะมาก ไม่เยอะอย่างเดียวเท่านั้นแถมแม่ง... มันดุอีกต่างหาก นอกจากจะต้องหนีหมา ยังต้องมาปะกับความมืดอีก.... ก้าว แต่ละ ก้าว ผม ต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะเสียวหัวจะขมำจับกบแถวนั้น

วันนี้ผมคงต้องบอกว่าเศร้าใจและเสียใจ ที่เพื่อนนักวิ่งดีๆคนหนึ่งต้องจากไป คุณปิยะ วิริยะวณิชย์ และคงต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ที่สูญเสียหัวหน้าครอบครัวซึ่งเป็นเสาหลัก น้องปริวัฒน์ และ น้องวรัทยา วิริยะวณิชย์ ที่ต้องสูญเสียคุณพ่อไป และสมากชิกชมรมวิ่งกิ๊กก๊อกจ๊อกกิ้ง ที่ต้องสูญเสียผู้นำที่สมบูรณ์แบบ

คุณปิยะ ร่วมวิ่งงานนี้ด้วยเช่นกัน ปล่อยตัวเวลาตี 3.40 น. นักวิ่งออกไปหมดแล้ว ผมจึงตามออกไปเพราะมัวแต่บันทึกภาพก่อนปล่อยตัว พี่เค้าก็ออกเดินไปเรื่อยๆ ผมยังเอ่ยปากบอกพี่เค้าว่า ไปเรื่อยๆนะครับ บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นช่วงระยะ ที่ 9-11 กม.
หากใครได้วิ่งด้วยกัน และหากไม่หลงทางตรงจุดนั้นเสียก่อน จะจำได้ว่า กม. ที่ 9-11 เป็นเส้นทางที่เราเลี้ยวซ้าย ออกจากถนนหลักที่เราวิ่งกัน เข้าไปเส้นทางนั้นจะค่อนข้างมืด และถึงกับมืดสนิทเลยทีเดียว และนักวิ่งระยะนี้ก็ใช่ว่าจะมากนัก ดังนั้นนักวิ่งจะวิ่งห่างกันพอสมควร หากใครเกิดเป็นอะไรขึ้นมาก็เรียกว่ากว่าจะได้เจอกันก็นานทีเดียว นอกจากเส้นทางที่มืด ซึ่งนักวิ่งไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน หากใครมีปัญหาด้านสายตา บอกได้เลยว่ามองไม่เห็นแน่นอน โชคดีสำหรับผม เพราะพกกล้องติดตัวไปด้วย พอเปิดกล้องก็พอจะมีแสงให้เห็นเส้นทางได้บ้าง แต่สำหรับนักวิ่งทั่วไปจะมีสักกี่คน ที่พกไฟฉาย กล้อง หรือแม้แต่มือถือ ที่พอจะให้แสงได้ล่ะครับ ก็คิดดูละกันก่อนจะเข้ามาวิ่งเส้นทางนี้ มีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้าย มีนักวิ่งจำนวนกว่า 10 คนมองไม่เห็นป้ายนี้แล้วก็วิ่งตรงกันไปเลย

นอกจากความมืดของเส้นทางการแข่งขัน อีกอย่างคือ รถปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ ที่มีความสำคัญต่อการวิ่งระยะยาวๆ หรือแม้แต่ระยะสั้นก็ตามเหตุการณ์ครั้งหนึ่งของพี่ปั้น คงจำกันได้ ใครจะคิดว่าแม้แต่วิ่งเป็นรอบ ๆ อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดมันย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ คนเป็นลม ย่อมต้องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในทันทีและต้องการการช่วยเหลือที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที แม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือ แต่หลังจากนั้นสัก 10 นาที ครึ่งชั่วโมง มันก็สายไปแล้ว...

นักวิ่งหลายๆคน ไม่ได้แข็งแรงร้อยเปอร์เซนต์เสียทุกคนไป หรือแม้แต่บางคนที่แข็งแรงแต่ด้วยความที่อยากเอาชนะ ร่างกายมันก็ย่อมล้า เกิดวิกฤตขึ้นได้เสมอ ดังนั้นนอกจากตัวนักวิ่งเองที่ต้องระวังตัวเอง ในสนามวิ่งผู้จัดเองก็ต้องร่วมรับผิดชอบในส่วนตรงนี้ด้วยเช่นกัน

เหตุการณ์ในครั้งนี้ ถ้าเป็นคนไทย อาจจะบอกว่า คนเรามันถึงเวลาแล้วที่ต้องไป แต่ผมอยากให้ผู้จัด เห็นเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนของผู้จัดเสียมากว่า มากกว่าจะปล่อยให้นักวิ่งมาเผชิญชะตากรรมกันเอง อะไรจะเกิดก็แล้วแต่บุญแต่กรรม

ไม่รู้จะพูดยังไงเลย เศร้า... ต่อจากนี้... ผมจะรอดูซิว่า เรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อไป

Labels: ,

19.7.07

5 มาราธอน 5 อาทิตย์ติด เรื่องจิ๊บๆ (ตอนจบ)

สนามที่ 5 พัทยามาราธอน (15 ก.ค.50)
ผมแทบไม่อยากจะลุกออกจากที่นอนเลยให้ตายซิ
มันรู้สึกไม่อยากจะวิ่งเลย เพราะรู้สึกว่าวิ่งมา 4 มาราธอนเนี่ยก็เต็มกลืนแล้ว...
แต่ก็ฝืนขึ้นมาอีกแค่สนามเดียวเป้าหมาย 5 มาราธอน 5 อาทิตย์ก็จะจบกันซะที....
พอปล่อยตัวออกไป ผมก็ยังรู้สึกขี้เกียจ
ขามันไม่ค่อยอยากจะก้าว เฮ้อ... ทำไมต้องมาถ่อสังขารอยู่ได้ว้า...
ฝืนวิ่งไปเรื่อยๆอาการค่อยดีขึ้นมาหน่อย
ถึง กม. ที่ 15 ผมเริ่มรู้สึกมีความสุขกับการวิ่งแล้วครับทีนี้
เพราะด้วยอากาศที่ไม่ค่อยร้อน
บวกกับการปิดถนนเส้นสุขุมวิทสำหรับนักวิ่งมาราธอน
มันทำให้ผมรู้สึกว่าผู้จัดเอาใจใส่นักวิ่งมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ
คุณตำรวจและเจ้าหน้าที่ อปพร.พัทยา ให้การสนับสนุนและดูแลนักวิ่งเต็มที่
สนามนี้เป็นสนามที่ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าผมเป็นนักวิ่งคนสุดท้าย
และที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าสนามนี้มันโหดและก็ไม่ค่อยจะประทับใจผลงานที่ผ่านมาสักเท่าไหร่
มาวันนี้สนามสุดท้ายเป็นสนามที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจและมีความสุขในการวิ่งที่สุด
เพราะผมได้เห็นแล้วว่าสนามนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด
พัทยามาราธอนที่ว่าโหด
คราวนี้ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นพัทยามาราธอนที่ใครๆก็วิ่งได้
วันนี้ผมทำเวลาไป 6 ชั่วโมงกว่า แต่ไม่รู้กว่าไปเท่าไหร่...

เฮ้อ จบสิ้นกันซะที 5 มาราธอนของผมจบแล้ว
การแข่งขันทุกอย่างก็จบลง
แต่ที่จะยังคงดำเนินต่อไปก็คือ ชีวิตที่รอดมาได้ของผมเอง

จบ 5 สนามผมรู้สึกมีความสุขและก็ดีใจเป็นที่สุด
ที่ดีใจและมีความสุขไม่ใช่เพราะผมทำได้สำเร็จหรอกนะครับ
เรื่องความสำเร็จ 5 สนามของผมมันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย
แต่ที่น่าดีใจคือบ้านเรามีสนามมาราธอนให้วิ่งมากขึ้น
เพื่อสุขภาพของคนไทยทุกคน
ยิ่งไปกว่านั้นผมเห็นว่างานวิ่งเกือบทุกงานมีการพัฒนาปรับปรุงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะเป็นมาราธอนทั่วไปสำหรับนักวิ่งไทย
หรือแม้แต่มาราธอนนานาชาติ ก็เป็นที่น่ายินดีกับวงการวิ่งบ้านเรา
และจากประสบการณ์ 5 สนามที่ผ่านมา
ผมต้องขอชื่นชมและยกย่องในความเก่งกล้าสามารถ
ของน้อง ศยามล ผูกมิตร สังกัดชมรมวิ่งทองกวาว
น้องคนนี้เก่งและแกร่งจริงๆ สมกับเป็นนักกีฬาตัวจริง
ได้ที่ 1 ไปครองเกือบทุกสนาม แรงดีไม่มีตก
ไม่รู้ร่างกายถูกสร้างมาด้วยอะไร แต่ที่แน่ๆผมว่าเธอซ้อมมาอย่างดี
ไม่รู้ว่าด้วยสูตรไหนเพราะที่วิ่งๆกันเนี่ยเธอก็วิ่งระยะมาราธอนตลอด
หรือว่าเพราะน้องเค้ายังละอ่อนก็ไม่รู้…
ในฐานะที่เธอเป็นนักวิ่งแข่งขัน ผมยอบรับเลยว่าเธอเก่งมากๆ

แต่ที่ไม่ละอ่อน ก็ป้าสมพิศ ฮิวการ์ดเนอร์ และ
เจ๊ลุ้ย-เสาวลักษณ์ ธรรมรงค์กุล เป็นนักวิ่งอาวุโส 60 ปีขึ้น
ที่เก่ง แกร่งและมีสปิริตของความเป็นนักวิ่งระยะมาราธอนอย่างสมบูรณ์
42 กม. ก็คือ 42 กม. อย่ามาให้ป้าลักไก่เลยลูก หลานเอ้ย...
ใครเค้าไม่รู้ ไม่เป็นไร แต่คนเราก็รู้อยู่แก่ใจตัวเอง...
นี่แหละครับมนุษย์มาราธอนตัวจริง! สุดยอดคนจริง

Labels: ,

11.7.07

5 มาราธอน 5 อาทิตย์ติด เรื่องจิ๊บๆ (ภาคที่ 6)




สุราษฎร์ธานีมาราธอน (8 ก.ค.50) หนังม้วนใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ตอนนี้ผมต้องเปลี่ยนไปรับบทใหม่
ต่างจาก 3 ตอนที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
3 ตอนที่แล้วผมรับบทเป็นพระเอกของเรื่อง
แต่ม้วนนี้ผมเป็นตัวโกงครับ... เริ่มบทผมก็เริ่ม ระราน ท้าแข่งเค้าไปทั่ว...
ครั้งแรกก็ไม่ได้คิดหรอกว่าจะแข่งขันกับใคร
แต่พอมันถูกอัดอั้นมาซะนาน ตั้ง 3 อาทิตย์อ่ะ
และนี่แหละตามนิสัยหรือสันดานหรือมุมมืดของความเป็นมนุษย์
ที่ทุกคนมีแฝงอยู่ภายใน เมื่อรู้ว่าตัวเองมีกำลังมีอำนาจ
ก็พยายามที่จะแสดงมันออกมาเพื่อให้เห็นว่า
ตูอ่ะมีแรง มีกำลัง มีอำนาจ แต่มีปัญญาหรือเปล่าไม่รู้...
ขอให้ได้ใช้กำลังและเอาชนะคนที่อ่อนแอกว่าให้ได้
เพื่อให้คนเค้าเห็นว่า ข้าฯก็มีกำลังนะเฟ้ย...
โชคดีนะเนี่ยที่ผมไม่ได้มีโอกาสเป็นผู้นำประเทศ...
ไม่เช่นนั้น ผมจะใช้กำลังขจัดโจรผู้ร้ายให้หมดสิ้น (หุ หุ ล้อเล่น)

..... ดังนั้น คงไม่ต้องแปลกใจหรอกที่ทำไมสนามนี้
ผมใช้เวลาไปแค่เพียง 4 ชม. 51 นาที ต่างจาก 3 สนามที่ผ่านมา
และคงจะต่างจากสนามสุดท้ายเช่นกัน.....
ผมไม่ต้องเก็บภาพ ผมไม่ต้องถ่ายวิดีโอ
ผมไม่ต้องห่วงใคร ผมสนใจแต่ตัวเอง
ใครไม่เกี่ยวถอยไป ผมวิ่งอย่างที่ผมอยากจะวิ่ง อยากจะเอาชนะ
แต่ท้ายที่สุดแล้วผมก็เข้าสู่เส้นชัยที่เดียวกับนักวิ่งคนอื่นๆ
ส่วนความภาคภูมิใจน่ะเหรอ... ด้วยเวลา 4 ชั่วโมงกว่าๆของผม
ถ้าเปรียบเทียบกับเวลา 7 ชั่วโมงของพี่นัยเนตรซึ่งวิ่งมาราธอนเป็นครั้งแรกในชีวิต
ผมว่าความภาคภูมิใจของพี่เค้ามันเป็นสิ่งน่าภาคภูมิใจกว่าผมหลายเท่าเลย....
วิ่งเสร็จก็เหนื่อย ไม่เหนื่อยธรรมดานะเหนื่อยมากๆ
หน้างิ่วคิ้วขมวด เจ็บก็เจ็บ ใครทักทายก็ไม่อยากพูดด้วยแล้ะ ดีไม่แยกเขี้ยวเข้าใส่...

Labels: ,

5.7.07

มาราธอน 5 อาทิตย์ติด เรื่องจิ๊บๆ (ภาคที่ 5)

มาราธอนที่ 3 ชอนตะวันมาราธอน (1 ก.ค.50)
มาราธอนสนามนี้เป็นสนามที่วิ่งวน 13 รอบ ภายในอุทยานสวรรค์
เป็นสนามที่วิ่งได้ง่าย เส้นทางเรียบไม่มีเนิน ไม่โหด ปลอดภัย อากาศก็ดี ไม่ร้อน
เหมาะสำหรับผู้อยากลองลงมาราธอนครั้งแรกเป็นอย่างยิ่ง
หรือ ใช้เป็นสนามซ้อมใหญ่สำหรับลงพัทยามาราธอนได้เป็นอย่างดี
สำหรับผมถ้าไม่ติดภารกิจตากล้องจำเป็นแล้วล่ะก้อ
สนามนี้น่าจะเป็นสนามที่ผมทำเวลาได้น้อยที่สุด
แต่ในที่สุดผมก็เป็นคนไทยคนสุดท้ายจนได้...
สนามนี้แม้ผมจะใช้เวลาไป 7 ชั่วโมง
แต่เวลาวิ่งก็ไม่เหงาเลยครับ
แม้นักวิ่งจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็ยังวิ่งอยู่บนเส้นทางเดียวกัน
วิ่งเร็วมากๆ ก็น้อค-รอบผ่านผมไป
อีกสักพักก็มาน้อค-รอบผมอีกแล้ะ
งานนี้ผมถูกน้อค-รอบเป็นว่าเล่นเลย เรียกว่าเห็นหน้าก้นจนจำได้อ่ะ
งานนี้ผมถูกน้อคจากนักวิ่งเกือบทุกคน
บางคนรอบเดียว บางคนก็ สอง สาม สี่รอบ
แต่ 2 รอบสุดท้ายไม่มีใครมาน้อครอบผมแล้ะ ก็ตอนนั้นแทบไม่เหลือนักวิ่งแล้วนี่ครับ...

ชอนตะวันมาราธอนจบลง คุณนิชิบอก “ผมติดธุระ” เดี๋ยวพัทยาค่อยเจอกันอีกที
บทซุปเปอร์แมนของผมจบแล้วครับ ตอนนี้ผมดีใจเหมือนปลากระดี๋ได้น้ำ... เลยครับ

Labels: ,

2.7.07

มาราธอน 5 อาทิตย์ติด เรื่องจิ๊บๆ (ภาคที่ 4)

วันศุกร์ที่ 29 มิ.ย.ก่อนจะต่อมาราธอนที่ 3 ในวันอาทิตย์นี้
ผมรู้สึกเหนื่อย เพลีย ล้าเหลือเกิน เหมือนจะไม่สบายซะงั้น
ทั้งๆที่เมื่อวานอาการก็ยังดีอยู่ และตั้งใจว่าวันเสาร์นี้
จะลองไปทดสอบสมรรถภาพที่ผ่านการฝึกซ้อมมาเสียหน่อย
หลังจากที่ต้องกล้ำกลืนเดินๆวิ่งๆมาแล้วถึง 2 สนาม
ก็เลยกะว่าจะเอาสัก 30 กิโล ขึ้นเขาสามมุกเนี้ยแหละว้าอัดมันให้สุดๆไปเลย...
ก่อนจะไปเดินๆวิ่งๆต่อ มาราธอนที่ 3 ชอนตะวันมาราธอน...
สุดท้ายผมก็ต้องตัดใจลงแค่ 10 กม.
เพราะดูสังขารตัวเองแล้วก็น่าเป็นห่วง
นอกจากจะวิ่ง 30 กม.แบบทุลักทุเล
วันอาทิตย์ผมอาจจะเดินๆวิ่งๆไม่ครบ 42 แน่เลย

เรื่องเล่าเช้าวันเสาร์...ก่อนมาราธอนที่ 3
พอไปถึงสนามซุปเปอร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน (30 มิ.ย.50)
ไม่ทราบเป็นเพราะผลงานการจัดที่ผ่านมา
หรือว่าเพราะมีสนามวิ่งมาราธอนติดกันในช่วงนี้หลายสนาม
เลยทำให้นักวิ่งดูบางตาไปมากๆ
วันนี้ผมตั้งใจมาอัดอย่างเดียวแต่ก็แค่ 10 โลเองนะ
ปล่อยตัวไปได้สักพักเพิ่งวิ่งไปได้สัก 3 กิโลเห็นจะได้
ทั้งลม ทั้งฝน กระหน่ำมาอย่างแรง
ถ้ามีปีกวันนี้ผมคงเหาะปลิวไปกับสายลมที่พัดอย่างบ้าระห่ำแน่ๆ
ตามเส้นทางวิ่งป้ายบอกทางล้มระเนระนาด ปลิวหายไปบ้าง
เจ้าหน้าที่อยู่ไม่ได้แล้ว ก็มีแต่นักวิ่งนั่นแหละที่บ้าวิ่งสู้ลมสู้ฝนอยู่ได้ รวมทั้งตัวผมเองด้วย

ป้ายบางจุดหายไป ผมก็ไม่รู้วิ่งทางไหน
ได้แต่วิ่งตามนักวิ่งเจ้าถิ่น(ชมรมวิ่งตำหนักน้ำ)ไปเรื่อยๆ
เพราะเชื่อว่าเจ้าถิ่นน่าจะรู้ดีกว่าเราแน่นอน...
และในที่สุดก็กลับมาถึงจุดปล่อยตัว-เส้นชัย
ทุกอย่างเปลี๋ยนไป ไม่เหลือร่องรอยเลยว่าเคยเป็นจุดปล่อยตัวเมื่อก่อน 40 นาทีที่แล้ว
เข้าเส้นชัยทุกอย่างดูจะสับสนกันไปหมด เพราะสภาพภูมิอากาศที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว

นอกจากความตั้งใจที่จะมาอัดเต็มที่แล้ว
วันนี้ผมยังต้องรีบวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะไม่อยากให้รองเท้ามันเปียก
พรุ่งนี้ผมต้องใช้มันวิ่งมาราธอนอีก
สรุปแล้ววันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมวิ่งแล้วรู้สึกสะใจจริงๆ
ที่ได้วิ่งแข่งอีกครั้งในรอบปี
โดยที่ไม่ได้ถ่ายรูปเลยแม้แต่รูปเดียวระหว่างเส้นทางการวิ่ง...
หลังจากได้ความสะใจเล็กๆที่พอจะเจือจางความข่มขื่นไปได้บ้าง

งานนี้ผมยังได้เห็นน้ำใจความเป็นนักกีฬา
ของเพื่อนนักวิ่งหญิงในรุ่น 30-39 ปีระยะ 10กม.
ผลจากที่ลม และฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยบอกทาง ไม่มีกรรมการคอยดูแลตัดสิน
ทำให้นักวิ่งบางคนหลงทาง
ดังนั้นนักวิ่งต้องมาตัดสินกันเองในรุ่นว่าใครเข้าก่อนเข้าหลัง
และในรุ่นนี้ผู้ที่เข้ามาที่ 1 เธอวิ่งผิดเส้นทางแต่เธอก็ขอสละสิทธิ์
เพราะรู้ตัวเองว่าวิ่งผิดเส้นทาง
งานนี้แจกถ้วยรางวัล 3 ใบ คนที่เข้าเป็นที่ 2 และ ที่ 3 ไม่มีปัญหาได้ถ้วยแน่นอน
ส่วนคนที่ 4 พี่อ๋อย รามเกียร เมื่อที่ 1 ขอสละสิทธิ์เธอก็มีโอกาสได้ถ้วยไป
แต่ด้วยสปิริตน้ำใจนักกีฬาของพี่อ๋อย
เห็นว่าคนที่เข้าที่ 1 เป็นนักวิ่งน้องใหม่ แล้วสเต็ปการวิ่งก็ดีมาก
ถ้าเธอไม่หลงทางยังไงก็เข้าเป็นที่ 1 อยู่ดี
ที่หลงทางก็เพราะเหตุสุดวิสัยจริงๆไม่ได้ตั้งใจจะลัดเส้นทาง
สุดท้ายพวกเราก็ตัดสินกันเองด้วยสปิริตน้ำใจของนักกีฬา
และโดยเฉพาะพี่อ๋อยที่ยอมเสียสละ และยอมรับในความสามารถของนักวิ่งที่เข้าอันดับ 1

ปกติแล้วถ้าเป็นเส้นทางวิ่งที่มีการย้อนกลับเส้นทางเดิม
หรือนักวิ่งได้มีโอกาสได้วิ่งสวนกัน
ผู้ที่ชื่นชอบกับการสะสมถ้วยรางวัล หรือหวังรางวัลจากการแข่งขัน
ก็จะรู้กันอยู่แล้วว่าใครนำใครอยู่ ใครเข้าก่อน-เข้าหลังตัวเอง
แต่ก็ยังมีนักวิ่งแนวหน้า(หน้าด้าน)บางคนทั้งๆที่รู้ผลและรู้อยู่แก่ใจดี
ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา กรรมการตัดสินผิดพลาดก็ถือเอาเป็นที่ตั้ง
บางคนโกงแม้กระทั่งตัวเอง (โกงเส้นทางก็ว่าร้ายแล้ว โกงอายุยิ่งร้ายกว่าซะอีก)
ไม่รู้เกิดอัลไซเมอร์กะทันหันอะไรขึ้นมาเกิดจำอายุตัวเองไม่ได้
(ต้องรีบพาไปรักษา ไม่งั้นยิ่งวิ่งอาการยิ่งกำเริบ)
นอกจากจะไม่ให้เกียรติคนอื่นยังไม่เคารพตัวเอง
อย่างนี้จะหวังให้ใครมาเคารพมานับถือ
แล้วสิ่งที่ได้มาแบบนี้คงจะภูมิใจเค้าน่าดู... ได้ยิน ได้เห็น แล้วก็น่าสังเวจ อนาจใจนัก

Labels: ,

26.6.07

5 มาราธอน 5 อาทิตย์ เรื่องจิ๊บๆ (ภาค 3)


สนามที่ 2 ลานสกามาราธอน (24 มิ.ย.50) สนามนี้ใช้เส้นทางเดิมเหมือนที่ผ่านมาเช่นกัน
ครั้งนี้เป็นการวิ่งครั้งที่ 3 ทุกครั้งที่ได้มาวิ่ง สัมผัสได้ถึงการปรับปรุงพัฒนาการจัดการแข่งขันของผู้จัด ตลอดมา
มาราธอนสนามนี้ เป็นสนามที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่โดดเด่น
ด้วยความสวยงามของทิวเขาที่ล้อมรอบ และเส้นทางที่วิ่งขึ้นเขาช้างสี
สร้างความท้าทายให้กับนักวิ่งไม่ถึงกับโหดมากนัก
ปล่อยตัวเวลา 04.00 น. ขาไปอาจจะมืดไปสักหน่อยแต่ได้บรรยากาศ
ได้เห็นเห็นดาวบนท้องฟ้าสวยระยิบระยับ
วิ่งขึ้นเขาไม่ค่อยเหนื่อย เพราะยังมองไม่เห็นความชันของเส้นทาง
พอถึงจุดกลับตัวฟ้าก็สว่าง ขาย้อนกลับ นักวิ่งก็ได้เห็นบรรยากาศทิวเขาตามเส้นทางการวิ่ง
น้ำใจของคนในชุมชนที่มีให้กับนักวิ่งเกือบตลอดเส้นทาง

วันนี้ผมโดนป้าสมพิศ อ.สุดยง นักวิ่งอาวุโสที่พยายามออกแรงวิ่งสลับเดิน แซงงงงงง...ไปต่อหน้าต่อตา
ผมและ มร.ฮาจิเมะ นิชิ อยู่ปิดท้ายขบวนนักวิ่งแล้ววันนี้
พยาบาลบนรถถามเราด้วยความหวังดี “ขึ้นรถมั้ยคะ?”
คำถามแบบนี้ถามใครไม่ถาม มาถามต้นโศก
วะเหวย... มันจะดูถูกกันเกินไปหน่อยแล้ว...
แต่จะทำไงได้ล่ะ คุณนิชิบอกว่า “ผมไปได้แค่เรื่อยๆนะ รู้สึกว่าเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณน่องแล้ว... แล้วผมก็จะเข้าเส้นชัยด้วยตัวผมเองให้ได้”
งั้นก็ไม่เป็นไร ผมก็เดินๆวิ่งๆ เป็นเพื่อนคุณ อย่างมากผิวก็สีแทนขึ้นอีกหน่อยแค่นั้นเอง...
และในที่สุดด้วยความเป็นห่วงของทีมงาน
ที่ไม่สามารถบังคับขู่เข็ญ หรือแม้กระทั่งจูงใจเราให้ใช้บริการได้สำเร็จ
เค้าก็คอยขับรถตามหลังเรามาตลอด พร้อมด้วยมอร์เตอร์ไซต์อาสาสมัครอีก สอง สามคัน
ผมละรู้สึกละอายใจจริงๆ ที่ทำให้เขาต้องมารออย่างนี้
(ถ้าผมวิ่งคนเดียวน่ะเหรอ รถพยาบาลก็รถพยาบาลเถอะรับรองตามผมไม่ทันแน่
ไม่ใช่ผมวิ่งเร็วนะครับ ต้องมีคนอื่นช้ากว่าผมแน่ อิ อิ )

เราเป็นนักวิ่งปิดท้ายสำหรับวันนี้ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครที่ในใจคงอยากจะกลับบ้านน่าดูแล้ว
เพราะสตาร์ทตั้งแต่ตีสี่ เนี่ยมันก็เกือบจะได้เวลาฉันเพล
ทุกคนยังยืนยิ้มให้กำลังใจ ให้น้ำเรา ยังรอพวกเราอยู่ทุกจุดให้น้ำที่เราผ่านไปเมื่อเช้านี้
คำพูดเชิญชวนปีหน้ามาใหม่นะ บวกกับรอยยิ้มของทุกๆคนมันทำให้เรารู้สึกดีขึ้น สบายใจขึ้นมากเลย
ไม่เหมือนงานวิ่งบางงานที่แม้จะไม่ใช่นักวิ่งคนสุดท้ายแต่ก็ต้องมาพบมาเจอกับความว่างเปล่า
โต๊ะเปล่าๆ แก้วเปล่าๆที่ถูกทิ้งไว้ให้เห็นร่องรอยว่าก่อนหน้านี้ว่า
มีนักวิ่งผ่านมาทางนี้แล้วนับร้อย... หรือนับพัน หรือคำพูดบางคำที่ทิ่มแทงใจยิ่งนัก

ผมไปเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดให้น้ำสิ่งที่ผมต้องกระทำคือ
ยกมือทั้งสองขึ้นไหว้งามๆพร้อมกับยิ้มหวานๆที่หวังว่าพอจะช่วยบรรเทาความบันดาลโทสะ
ที่ปล่อยให้ตรูรออยู่ได้ พร้อมกล่าวคำว่า ขอบคุณมากๆนะคะที่ยังรอเราอยู่
เมื่อผ่านแต่ละจุดทุกสิ่งถูกเก็บขึ้นรถตามเราไป
ได้เวลา 07.09 เราก็เข้าสู่เส้นชัย พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเราแม้จะโหลงเหลงไปบ้าง....
ไม่เหมือนเวลาเข้าเส้นชัยตอน 4 หรือ 5 ชม.เลย ที่ยังพอมีเสียงเชียร์แว่วๆอยู่บ้าง
บางทีก็มีนักวิ่งวุ่นสาละวนกับการรับถ้วยรางวัลให้เราแอบอิจฉาบ้างเล็กน้อย...

Labels: ,

19.6.07

5 มาราธอน 5 อาทิตย์ติด เรื่องจิ๊บๆ (ภาค 2)

สนามที่ 1 ลากูน่าภูเก็ตมาราธอน (17 มิ.ย.50) มาราธอนสนามแรกได้เริ่มต้นแล้ว
เส้นทางเดิมเหมือนปีที่แล้วที่ผ่านมา แม้จะปรับการวิ่งตรงบริเวณกลับตัวนิดหน่อย
แต่ก็เป็นเส้นทางเดิมล้วนๆ จากจุดสตาร์ทบริเวณลากูน่า ปล่อยตัวนักวิ่งระยะมาราธอนเวลา 05.00 น.
นักวิ่งวันนี้น่าจะเป็นนักวิ่งต่างชาติเกินกว่าครึ่ง บรรยากาศเดิมๆที่ไม่ค่อยต่างไปจากปีที่แล้วมากนัก
วันนี้นอกจากผมจะมาวิ่งๆเดินๆให้ครบ 42.195 กม. ผมยังต้องทำหน้าที่ช่างภาพส่วนตัวให้เพื่อนผม ทั้งถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ตลอดเส้นทางการแข่งขัน
เมื่อก่อนเคยเห็นพี่เขียวจังวิ่งไปถ่ายวิดีโอไป ผมคิดว่ามันคงง่ายๆเหมือนกับวิ่งไปถ่ายรูปไปแน่เลย
แต่เอาเข้าจริงๆที่ไหนได้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย นอกจากจะต้องหยุดนิ่งเพื่อจับภาพเป็นนานสองนาน
มือยังต้องปรับซูมภาพให้นิ่งอีกด้วยซึ่งต้องใช้เวลามากกว่าการถ่ายรูปตั้งเยอะ

แค่วิ่งๆเดินๆก็เหนื่อยเหมือนกันนะ พอกิโลที่ 30 กว่าๆ เริ่มมีการ Request ขอมุมต่ำๆ
แล้วคิดดูเอาเถอะวิ่งมา 30 กว่าโลแล้วอ่ะ มันเมื่อยแข้งเมื่อยขาแค่ไหนแล้วต้องมาก้มๆเงยๆ ตะคริวมันจะกินเอา เค้าเห็นผมเป็นซุปเปอร์แมนรึไงไม่ทราบ...
แต่ดีที่วันนี้ฝนตกลงมาทำให้ไม่ร้อนมากนัก บวกกับร่างกายเต็มร้อย ก็เลยยังพอถูๆไถๆไปได้เรื่อยๆ จนเข้าสู่เส้นชัย 07.09 ชม. แม้จะใช้เวลาไปมากพอดูแต่ก็ยังมีนักวิ่งตามหลังเรามาอีก 4-5 คน

Labels: ,

18.6.07

5 มาราธอน 5 อาทิตย์ติด เรื่องจิ๊บๆ (ภาค 1)



4 มาราธอน 4 อาทิตย์ ก็ทำมาแล้ว...นับประสาอะไรเพิ่มมาอีกแค่สนามเดียว
5 มาราธอน 5 อาทิตย์ติด เรื่องจิ๊บๆอย่างที่พี่แยมเคยว่าละครับ
แค่วิ่งอย่างเดียวมันจะง่ายเกินไปละมั้ง ก็เลยตั้งเป้าเอาไว้ว่า
ทั้ง 5 สนามจะต้องทำเวลาให้น้อยกว่าที่ผ่านๆมาซะหน่อยเพราะเกือบทุกสนามผมผ่านมันมาแทบหมดแล้ว... แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาซ้อมเพื่อรอเวลาพิสูจน์ตัวเอง...

ไม่คิดจะลงแข่ง แย่งความเป็นหนึ่ง ไม่ดึงดันกับใคร
สุดท้ายก็แค่เหนื่อย และไม่มีใครได้อะไร
สิ่งเดียวที่คิดจะแข่งขัน นั่นคือตัวของเรา
อาจจะเคยดีแล้วในวันเก่า แต่มันยังไม่พอ…

ตั้งหน้าตั้งตาซ้อมบ่อยขึ้นมาหน่อย...
จนบรรดาหนุ่มทหารเรือเริ่มจะคุ้นๆแล้วว่าแถวนี้มีสาวน่ารักผิวคล้ำหน่อยจะออกมาวิ่งตอนเย็นๆบ้างในบางวัน
บางวันก็วิ่งสวนกับบรรดาหนุ่มๆพลทหาร หรือจ่านักเรียนนายเรือ ที่ออกมาวิ่งกันเป็นขบวนให้เพลินดีเหมือนกัน...
เฮ้อ... ดูท่าว่า จบ 5 สนามนี้แล้ว สงสัยจะต้องออกมาซ้อมต่อซะแล้ว...

ในอีกไม่กี่วัน ก่อนสนามแรกจะเริ่มขึ้น เมลล์ฉบับหนึ่งได้ถูกเปิดอ่าน...
ผมจะไปวิ่งมาราธอนในเมืองไทย อยากให้คุณช่วยเป็นช่างภาพส่วนตัวให้หน่อยนะ ทั้งในงานแถลงข่าวและในสนามวิ่ง ผมอยากจะได้รูปเอาไปใช้ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ Ecomarathon: มาราธอนไม่ใช่เพียงเพื่อการแข่งขันแต่เป็นมาราธอนเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environment) มนุษยชาติ (Humanity) และ สันติภาพ ความสงบสุข (Peace) ตามทัศนคติและมุมมองของผม- ฮาจิเมะ นิชิ
http://www.healthcorners.com/2007/article/showArticle.php?category=runinterview&id=733
http://www.ecomarathon.org

อ่านจบ... ความหวังของผม มลายไปสิ้น... เศร้าเลยเรา

เรื่องทำเวลาให้น้อยลงคงไม่ต้องคิดถึงอีกต่อไปแล้ว
ด้วยความที่สนิท รู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ผมเลยไม่กล้าที่จะปฏิเสธออกไป
อีกนัยหนึ่งผมเองก็ทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม สนใจด้านทรัพยากรธรรมชาติเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
และก็เห็นว่าแนวความคิดและทัศนคติในการวิ่งของเขาก็ดูจะเข้าท่าดีทีเดียว... ก็เลยตกลงที่จะช่วย...

เก็บเอาความผิดหวังไว้ลึกๆภายใน แม้จะต้องผิดหวังบ้างในบางครา ผมก็หวังจะได้เรียนรู้อะไรเสมอ
ชีวิตกับการวิ่งของผมไม่ได้จบแค่เพียงมาราธอน 5 สนามนี้เท่านั้น... ผมยอมก้มหน้ารับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไป... จากความว่างเปล่า ที่ไม่มีการแข่งขันกับใครโดยสิ้นเชิงหรือแม้กระทั่งตัวเอง... ผมจะได้พบอะไร

Labels: ,

2.2.07

หัวข้อการประเมิน สนามวิ่งมาราธอนนานาชาติ (International Marathon)

สำหรับมาราธอนนานาชาติ ซึ่งได้แก่ สนามที่ใช้ชื่อ นานาชาติ และสนามที่มีศักยภาพสูง อาทิ ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ, ฐานบินกำแพงแสนนานาชาติมาราธอน, ไอเอ็นจี วัฒนธรรมไทย, ภูเก็ตนานาชาติมาราธอน, พัทยามาราธอน, สงขลานานาชาติมาราธอน, ภูเก็ตภูเขา-หาดทรายนานาชาติมาราธอน, กรุงเทพมาราธอน และ วิ่งมหาสมุทรสู่มหาสมุทร

1. สถานที่การจัดการแข่งขันและเส้นทางการวิ่ง
• บรรยากาศของสถานที่แข่งขันและเส้นทางการวิ่ง(Air, View, Space for comfortable-paced running, Sign and Stage)
• ลักษณะของเส้นทางการวิ่ง (Type of course, flat or hilly)
• ป้ายบอกทางและระยะทาง (Course markings and distance markers)
• การมีส่วนร่วมของชุมชน(Cooperation of the community and spectator support)
• จุดให้น้ำ (Number of water station)
• ห้องน้ำ(Toilet at the start area and along the course)
• ถังขยะ และการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมของผู้จัด(Trash cans and environmental concerned)
• บริการนวดระหว่างและหลังการแข่งขัน (Massage service)

2. การจัดการเพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง
• รถพยาบาล และการปฐมพยาบาล (First-aids and/or ambulance)
• การปิดถนน หรือ การควบคุมจราจร(Traffic control)

3. การรับสมัคร การบริการจุดฝากของ
• ความสะดวกในการรับสมัคร รายงานตัว (Comfortable to register)
• การรับฝากของ (Baggage Deposit service)

4. การช่วยเหลือ สื่อสาร ประสานงาน การจัดงานในระดับสากล และการนำเสนอความเป็นไทยในระดับสากล
• การติดต่อ สื่อสาร ประสานงาน ด้วยภาษาสากล (Well communication and response foreign runner)
• การนำเสนอภาพลักษณ์ความเป็นไทย(Thai cultural show)
• การให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับนักวิ่งต่างชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน (Course inspection or free excursion and/or course map with the elevation profile)

5. วัตถุประสงค์และความเหมาะสมของค่าสมัคร
• วัตถุประสงค์และค่าสมัครที่สมเหตุสมผล (Suitable and reasonable entry fee)
• มีค่าสมัครสำหรับนักเรียนหรือเยาวชน เพื่อรณรงค์ให้เยาวชนมาออกกำลังกายมากขึ้น (Encourage and inspire youth to join)

6. อาหารและเครื่องดื่มสำหรับการแข่งขัน
• ปริมาณ (Quantity)
• คุณภาพ (Quality)
• เกลือแร่ และผลไม้(Fluids, mineral, sport drink and fruits at water stations)

7. ความสะดวกในการเดินทาง หรือที่จอดรถและความปลอดภัยในทรัพย์สินของนักวิ่ง
• ความสะดวกในการเดินทาง ที่จอดรถ หรือ รถบริการรับ-ส่งนักวิ่ง และที่พัก (Transportation, parking and accommodation)
• ความปลอดภัยในทรัพย์สินของผู้ร่วมการแข่งขัน (Security)

8. การประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารแก่นักวิ่ง
• การให้บริการข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆแก่นักวิ่ง(Provide other related information)
• การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในระยะเวลาที่เหมาะสม (Public relation)

9. สิ่งที่บ่งชี้ความสำเร็จของนักวิ่งมาราธอน
• ประกาศนียบัตร (Finisher certificate)
• เสื้อผู้สำเร็จ (Finisher t-shirt)
• ผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ (Event result)
• ภาพถ่ายระหว่างการแข่งขัน หรือขณะเข้าสู่เส้นชย (Proof photos on the course and/or at finish line to purchase)

10. ความเท่าเทียมและเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้มีโอกาสประสบความสำเร็จสักครั้งในการวิ่งมาราธอน
• การแบ่งชุดการปล่อยตัวสำหรับนักวิ่งที่วิ่งช้า (Early start for slow runner or jogger)
• การดูแลนักวิ่งนักวิ่งคนสุดท้าย ซึ่งอยู่ในระยะเวลาที่กำหนด (Waiting for until last runner with qualified time)

11. คุณภาพและความสวยงามของเหรียญที่ระลึก หรือถ้วยรางวัล หรือของที่ระลึกต่างๆ
(Design, material and quality of medal, trophy, t-shirt and etc.)

Remark: 2nd edition 2007

Labels: ,

หัวข้อการประเมิน สนามวิ่งมาราธอนทั่วไป (Local Marathon)

สำหรับสนามมาราธอนทั่วๆไปซึ่งได้แก่ จอมบึงมาราธอน, ม.ราชภัฎเพชรบุรีมาราธอน, สิชลมาราธอน, สงกรานต์มาราธอน, หนองคายมาราธอน, เขื่อนคลองท่าด่านมาราธอน, ลานสกามาราธอน, ชอนตะวันมาราธอน, สุรินทร์มาราธอน, นครพนมมาราธอน, พนมรุ้งมาราธอน, แพร่มาราธอน, เชียงใหม่มาราธอน เป็นต้น หัวข้อการประเมินจะมีความใกล้เคียงกับมาราธอนนานาชาติ แต่จะมีบ้างหัวข้อที่ถูกตัดออกไปทั้งนี้เนื่องจากผู้จัดจะเน้นไปที่นักวิ่งในประเทศเป็นหลัก ดังนั้นหัวข้อการประเมินมีดังต่อไปนี้

1. สถานที่การจัดการแข่งขันและเส้นทางการวิ่ง
• บรรยากาศของสถานที่แข่งขันและเส้นทางการวิ่ง( Air, View, Space for comfortable-paced running, Sign and Stage)
• ลักษณะของเส้นทางการวิ่ง (Type of course, flat or hilly)
• ป้ายบอกทางและระยะทาง (Course markings and distance markers)
• การมีส่วนร่วมของชุมชน (Cooperation of the community and spectator support)
• จุดให้น้ำ (Number of water station)
• ห้องน้ำ (Toilet at the start area and along the course)
• ถังขยะ และการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมของผู้จัด (Trash cans and environmental concerned)
• บริการนวดระหว่างและหลังการแข่งขัน (Massage service)

2. การจัดการเพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง
• รถพยาบาล และการปฐมพยาบาล (First-aids and/or ambulance)
• การปิดถนน หรือ การควบคุมจราจร(Traffic control)

3. การรับสมัคร การบริการจุดฝากของ
• ความสะดวกในการรับสมัคร รายงานตัว (Comfortable to register)
• การรับฝากของ (Baggage Deposit service)

4. อาหารและเครื่องดื่มสำหรับการแข่งขัน
• ปริมาณ (Quantity)
• คุณภาพ (Quality)
• เกลือแร่ และผลไม้(Fluids, mineral, sport drink and fruits at water stations)

5. วัตถุประสงค์และความเหมาะสมของค่าสมัคร
• วัตถุประสงค์และค่าสมัครที่สมเหตุสมผล (Suitable and reasonable entry fee)
• มีค่าสมัครสำหรับนักเรียนหรือเยาวชน เพื่อรณรงค์ให้เยาวชนมาออกกำลังกายมากขึ้น (Encourage and inspire youth to join)

6. ความสะดวกในการเดินทาง หรือที่จอดรถ และความปลอดภัยในทรัพย์สินของนักวิ่ง
• ความสะดวกในการเดินทาง ที่จอดรถ หรือ รถบริการรับ-ส่งนักวิ่ง และที่พัก (Transportation, parking and accommodation)
• ความปลอดภัยในทรัพย์สินของผู้ร่วมการแข่งขัน (Security)

7. การประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารแก่นักวิ่ง
• การให้บริการข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆแก่นักวิ่ง(Provide other related information)
• การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในระยะเวลาที่เหมาะสม (Public relation)

8. สิ่งที่บ่งชี้ความสำเร็จของนักวิ่งมาราธอน
• ประกาศนียบัตร (Finisher certificate)
• เสื้อผู้สำเร็จ (Finisher t-shirt)
• ผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ (Event result)
• ภาพถ่ายระหว่างการแข่งขัน หรือขณะเข้าสู่เส้นชย (Proof photos on the course and/or at finish line to purchase)

9. ความเท่าเทียมและเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้มีโอกาสประสบความสำเร็จสักครั้งในการวิ่งมาราธอน
• การแบ่งชุดการปล่อยตัวสำหรับนักวิ่งที่วิ่งช้า (Early start for slow runner or jogger)
• การดูแลนักวิ่งนักวิ่งคนสุดท้าย ซึ่งอยู่ในระยะเวลาที่กำหนด (Waiting for last runner with qualified time)

10. คุณภาพและความสวยงามของเหรียญที่ระลึก หรือถ้วยรางวัล หรือของที่ระลึกต่างๆ
(Design, material and quality of medal, trophy, t-shirt and etc.)

Remark: 2nd edition 2007

Labels: ,

หัวข้อในการประเมิน สนามวิ่งมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน (Mini-Half Marathon)

1. สถานที่การจัดการแข่งขันและเส้นทางการวิ่ง
• บรรยากาศของสถานที่แข่งขันและเส้นทางการวิ่ง( Air, View, Space for comfortable-paced running, Sign and Stage)
• ลักษณะของเส้นทางการวิ่ง (Type of course, flat or hilly)
• ป้ายบอกทางและระยะทาง (Course markings and distance markers)
• การมีส่วนร่วมของชุมชน (Cooperation of the community and spectator support)
• จุดให้น้ำ (Number of water station)• ห้องน้ำ (Toilet at the start area and along the course)
• ถังขยะ และการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมของผู้จัด (Trash cans and environmental concerned)

2. การจัดการเพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง
• รถพยาบาล และการปฐมพยาบาล (First-aids and/or ambulance)
• การปิดถนน หรือ การควบคุมจราจร(Traffic control)

3. การรับสมัคร การบริการจุดฝากของ
• ความสะดวกในการรับสมัคร รายงานตัว (Comfortable to register)
• การรับฝากของ (Baggage Deposit service)

4. วัตถุประสงค์และความเหมาะสมของค่าสมัคร
• วัตถุประสงค์และค่าสมัครที่สมเหตุสมผล (Suitable and reasonable entry fee)
• มีค่าสมัครสำหรับนักเรียนหรือเยาวชน เพื่อรณรงค์ให้เยาวชนมาออกกำลังกายมากขึ้น (Encourage and inspire youth to join)

5. อาหารและเครื่องดื่มสำหรับการแข่งขัน

• ปริมาณ (Quantity)
• คุณภาพ (Quality)

6. ความสะดวกในการเดินทาง หรือที่จอดรถ และความปลอดภัยในทรัพย์สินของนักวิ่ง
• ความสะดวกในการเดินทาง ที่จอดรถ หรือ รถบริการรับ-ส่งนักวิ่ง และที่พัก (Transportation, parking and accommodation)
• ความปลอดภัยในทรัพย์สินของผู้ร่วมการแข่งขัน (Security)

7. การประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารแก่นักวิ่ง
• การให้บริการข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆแก่นักวิ่ง (Provide other related information)
• การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในระยะเวลาที่เหมาะสม (Public relation)

8. คุณภาพและความสวยงามของเหรียญที่ระลึก หรือถ้วยรางวัล หรือของที่ระลึกต่างๆ
(Design, material and quality of medal, trophy, t-shirt and etc.)

Remark: 1st Version 2005

Labels: ,

9.10.06

พระประแดงมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน

ชื่องาน: พระประแดงมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน
สถานที่ : พระประแดง จ.สมุทรปราการ
วันที่ : 8 ตุลาคม 2549
สรุปผลการประเมิน TRES: 76 คะแนน

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการแข่งขันของสนามนี้ ทั้งระยะมินิ และฮาล์ฟ นักวิ่งได้ร่วมวิ่งกันบนสะพานที่สร้างใหม่จากฝั่งธนบุรี (พระประแดง) ข้ามไปถนนปู่เจ้าสมิงพราย และพระราม 3 หรือที่หลายๆคนเรียก “สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม” เส้นทางการแข่งเริ่มปล่อยตัวจาก อ.พระประแดง วิ่งขึ้นบนสะพานระยะมินิวิ่งไปกลับตัวบนสะพาน ส่วนระยะฮาล์ฟหลังจากปล่อยตัวจากพระประแดงวิ่งขึ้นสะพานไปกลับตัวที่จุดแรกก่อนออกพระราม 3 จากนั้นวิ่งย้อนกลับไปขึ้นสะพานอีกครั้งแล้วไปกลับตัวจุดที่ 2 ก่อนออกปู่เจ้าสมิงพราย จากนั้นวิ่งย้อนกลับมาเส้นสุขสวัสดิ์ ก่อนออกสุขสวัสดิ์เลี้ยวซ้ายเข้าพระประแดง เส้นทางการวิ่งถือว่าสวยงามมากช่วงเช้าอากาศเย็นสบาย เห็นทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เต็มไปด้วยตึกสูงตระหง่าน เส้นทางไม่ได้ถูกปิดร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับนักวิ่งดังนั้นนักวิ่งก็ต้องระมัดระวังตัวเองขณะวิ่ง โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางหลังจากลงสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมมาแล้ว ประมาณ 2 กม. เข้าสู่เส้นชัย บริเวณพระประแดงซึ่งปกติแล้วบริเวณนั้นจราจรคั