ขอถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

2.2.07

หัวข้อการประเมิน สนามวิ่งมาราธอนนานาชาติ (International Marathon)

สำหรับมาราธอนนานาชาติ ซึ่งได้แก่ สนามที่ใช้ชื่อ นานาชาติ และสนามที่มีศักยภาพสูง อาทิ ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ, ฐานบินกำแพงแสนนานาชาติมาราธอน, ไอเอ็นจี วัฒนธรรมไทย, ภูเก็ตนานาชาติมาราธอน, พัทยามาราธอน, สงขลานานาชาติมาราธอน, ภูเก็ตภูเขา-หาดทรายนานาชาติมาราธอน, กรุงเทพมาราธอน และ วิ่งมหาสมุทรสู่มหาสมุทร

1. สถานที่การจัดการแข่งขันและเส้นทางการวิ่ง
• บรรยากาศของสถานที่แข่งขันและเส้นทางการวิ่ง(Air, View, Space for comfortable-paced running, Sign and Stage)
• ลักษณะของเส้นทางการวิ่ง (Type of course, flat or hilly)
• ป้ายบอกทางและระยะทาง (Course markings and distance markers)
• การมีส่วนร่วมของชุมชน(Cooperation of the community and spectator support)
• จุดให้น้ำ (Number of water station)
• ห้องน้ำ(Toilet at the start area and along the course)
• ถังขยะ และการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมของผู้จัด(Trash cans and environmental concerned)
• บริการนวดระหว่างและหลังการแข่งขัน (Massage service)

2. การจัดการเพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง
• รถพยาบาล และการปฐมพยาบาล (First-aids and/or ambulance)
• การปิดถนน หรือ การควบคุมจราจร(Traffic control)

3. การรับสมัคร การบริการจุดฝากของ
• ความสะดวกในการรับสมัคร รายงานตัว (Comfortable to register)
• การรับฝากของ (Baggage Deposit service)

4. การช่วยเหลือ สื่อสาร ประสานงาน การจัดงานในระดับสากล และการนำเสนอความเป็นไทยในระดับสากล
• การติดต่อ สื่อสาร ประสานงาน ด้วยภาษาสากล (Well communication and response foreign runner)
• การนำเสนอภาพลักษณ์ความเป็นไทย(Thai cultural show)
• การให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับนักวิ่งต่างชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน (Course inspection or free excursion and/or course map with the elevation profile)

5. วัตถุประสงค์และความเหมาะสมของค่าสมัคร
• วัตถุประสงค์และค่าสมัครที่สมเหตุสมผล (Suitable and reasonable entry fee)
• มีค่าสมัครสำหรับนักเรียนหรือเยาวชน เพื่อรณรงค์ให้เยาวชนมาออกกำลังกายมากขึ้น (Encourage and inspire youth to join)

6. อาหารและเครื่องดื่มสำหรับการแข่งขัน
• ปริมาณ (Quantity)
• คุณภาพ (Quality)
• เกลือแร่ และผลไม้(Fluids, mineral, sport drink and fruits at water stations)

7. ความสะดวกในการเดินทาง หรือที่จอดรถและความปลอดภัยในทรัพย์สินของนักวิ่ง
• ความสะดวกในการเดินทาง ที่จอดรถ หรือ รถบริการรับ-ส่งนักวิ่ง และที่พัก (Transportation, parking and accommodation)
• ความปลอดภัยในทรัพย์สินของผู้ร่วมการแข่งขัน (Security)

8. การประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารแก่นักวิ่ง
• การให้บริการข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆแก่นักวิ่ง(Provide other related information)
• การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในระยะเวลาที่เหมาะสม (Public relation)

9. สิ่งที่บ่งชี้ความสำเร็จของนักวิ่งมาราธอน
• ประกาศนียบัตร (Finisher certificate)
• เสื้อผู้สำเร็จ (Finisher t-shirt)
• ผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ (Event result)
• ภาพถ่ายระหว่างการแข่งขัน หรือขณะเข้าสู่เส้นชย (Proof photos on the course and/or at finish line to purchase)

10. ความเท่าเทียมและเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้มีโอกาสประสบความสำเร็จสักครั้งในการวิ่งมาราธอน
• การแบ่งชุดการปล่อยตัวสำหรับนักวิ่งที่วิ่งช้า (Early start for slow runner or jogger)
• การดูแลนักวิ่งนักวิ่งคนสุดท้าย ซึ่งอยู่ในระยะเวลาที่กำหนด (Waiting for until last runner with qualified time)

11. คุณภาพและความสวยงามของเหรียญที่ระลึก หรือถ้วยรางวัล หรือของที่ระลึกต่างๆ
(Design, material and quality of medal, trophy, t-shirt and etc.)

Remark: 2nd edition 2007

Labels: ,

19.6.06

ภูเก็ตนานาชาติมาราธอน ครั้งที่ 1

ภูเก็ตนานาชาติมาราธอน ครั้งที่ 1
อาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2549
ณ ลากูน่า รีสอร์ท จ.ภูเก็ต
สรุปผลการประเมิน TRES: 83 คะแนน

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: สำหรับเส้นทางการแข่งขันภูเก็ตนานาชาติมาราธอน ครั้งที่ 1 นี้ เส้นทางประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์เป็นถนนราดยาง จะมีบางส่วนที่เป็นถนนลูกรังและคอนกรีต เส้นทางเป็นทางเรียบบวกเนินประมาณ 4-5 ลูก ที่พอจะตัดกำลังนักวิ่งได้ไม่น้อยทีเดียว การแข่งขันระยะมาราธอนเริ่มจากจุดปล่อยตัวลากูน่า วิ่งขึ้นไปทางทิศเหนือไปถึงอุทยานแห่งชาติสิรินาถวิ่งเรียบหาดไนยาง 2 กิโล แล้วย้อมกลับลงมาเส้นทางเดิม พอมาถึงกิโลที่ 35 วิ่งอ้อมเข้าไปหาดลายัน แล้ววิ่งเรียบหาดลงมาเรื่อยๆเพื่อกลับเข้าสู่เส้นชัยที่ลากูน่า เส้นทางการวิ่งบรรยากาศดีเป็นธรรมชาติสมเป็นเมืองท่องเที่ยว มีทั้งสวนยาง สวนผลไม้ ตลอดเส้นทางการแข่งขัน แม้ว่าอากาศจะร้อนบ้างแต่เกือบตลอดทางก็มีเงาไม้ให้หลบแดด ระหว่างเส้นทางการแข่งขันมีป้ายบอกระยะทุกๆ 1 กิโลเมตร และจุดให้น้ำทุกๆ 2.5 กิโลเมตร น้ำไม่ขาดส่วนในช่วงหลังๆ ผู้จัดมีน้ำให้เกือบทุกๆ 1 กิโลและดูแลจนนักวิ่งคนสุดท้ายเข้าสู่เส้นชัย

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สำหรับสนามนี้เป็นสนามที่ไม่ยากนักสำหรับนักวิ่งที่ผ่านมาราธอนมาบ้างแล้ว แต่สำหรับฝีเท้าใหม่ที่ลงมาราธอนในระยะแรกควรฝึกซ้อมการขึ้นและลงเนินมาบ้างพอสมควร ความยากของสนามนี้ไม่เหมาะที่จะใช้ลงเป็นมาราธอนแรก แต่หากคุณคิดว่าคุณพร้อมและซ้อมมาดีพอสนามนี้ก็ไม่ยากนัก และเส้นทางก็ไม่น่าเบื่อ มีทั้งเป็นเขา เนิน ชายหาด และสิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำสำหรับนักวิ่งไทย เนื่องจากสนามนี้จัดในส่วนของพื้นที่เอกชนบวกกับความเป็นเมืองท่องเที่ยว ทำให้ค่าใช้จ่ายสำหรับสนามนี้ค่อนข้างสูงพอดู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง ที่พักและอื่นๆ ดังนั้นนักวิ่งที่สนใจสนามนี้คงต้องยอมรับกับสนนราคาค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น แนวทางการประหยัดค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับสนามนี้ คือการเดินทางร่วมกันเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่ แล้วเหมารถตู้ตลอดทริปการเดินทางจะช่วยให้นักวิ่งประหยัดได้มากทีเดียว

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: มาราธอนสนามนี้ปล่อยตัวเวลา 05.00 น. ถือว่าเป็นการปล่อยตัวที่ค่อนข้างสายสำหรับมาราธอนเมืองไทย แต่ว่าเพื่อให้นักวิ่งได้สัมผัสกับบรรยากาศเมืองภูเก็ตมายิ่งขึ้นการปล่อยตัว 05.00 น. สำหรับสนามนี้ก็ถือว่ายอมรับได้ แต่ผู้จัดคงต้องระมัดระวังเรื่องจุดให้น้ำเป็นพิเศษ และสำหรับการจัดครั้งแรกสำหรับสนามภูเก็ตนานาชาติมาราธอน ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากของสนามนี้ จุดให้น้ำมีน้ำเพียงพอ มีเครื่องดื่มเกเตอเรทและผลไม้บ้าง หากยังคงรักษาคุณภาพไว้ได้เช่นนี้ มาราธอนนานาชาติสนามนี้จะเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวนอกภูมิภาคเอเชียได้อีกไม่น้อยทีเดียว และขอเป็นกำลังใจให้ผู้จัดได้มีกำลัง แรงใจในการจัดสนามภูเก็ตนานาชาติมาราธอนครั้งที่ 2 และครั้งต่อๆไป

Labels: , , , ,

20.3.06

ไอเอ็นจี วัฒนธรรมไทยมาราธอน นานาชาติ

งานวิ่ง ไอเอ็นจีวัฒนธรรมไทยมาราธอน นานาชาติ
วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2549ณ วัดภุมรินทร์กุฎีทอง อ. อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
สรุปผลการประเมิน TRES: (66 คะแนน) การจัดงานพอใช้ได้แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

เส้นทางการวิ่ง:
เส้นทางการแข่งขันระยะมาราธอนใช้เส้นทางวิ่งไปกลับ โดยวิ่งไปตามถนนในชุมชนผ่านสวนผลไม้นานาชนิด อาทิ ส้มโอ ลิ้นจี่ มะพร้าว ขนุน มะม่วง ชมพู่ กล้วย เป็นต้น เป็นเส้นทางที่ใช้สัญจรไปมาของคนในชุมชนที่มีวิถีชีวิตเน้นทางด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีคูคลองหลายสาย ทำให้เส้นทางก็จะมีสะพานหลายสะพานไม่ใช่แค่เพียงทางเรียบวิ่งกันง่ายๆ ตามเส้นทางการวิ่งสนามนี้จะเป็นสนามที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในด้านการได้เห็นการดำเนินชีวิตของคนชุมชนจริงๆ ได้เห็นชาวบ้านกำลังทำสวน ทำนา สอยมะพร้าว ปลอกมะพร้าว ใส่ปุ๋ย เป็นเส้นทางที่ยังคงแสดงให้เห็นวิถีชีวิตคนไทยในอดีตที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงสงกรานต์ อากาศก็จะร้อนเป็นปกติของบ้านเรา และกอรปกับการปล่อยตัวสาย ก็เลยส่งผลให้นักวิ่งร้อน และต้องวิ่งตากแดดกันบ้าง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามวิ่งที่จัดในช่วงนี้จนถึงช่วงเมษายน จะเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างร้อนมาก หรือร้อนกว่าช่วงฤดูกาลอื่นๆ ดังนั้นนักวิ่งที่แพ้แดด กลัวร้อน ก็ไม่ควรที่จะลงระยะไกลๆ หรือบางท่านแพ้แดดอย่างแรงก็ควรเลี่ยงสนามในช่วงนี้ แต่หากจะลงก็คงต้องเตรียมความพร้อมมาเพื่อรับสภาพกับสนามนั้นๆให้ได้ ไม่ว่าจะซ้อม หรือมีอุปกรณ์ช่วยป้องกันแดด ไม่ว่าจะเป็นหมวก เสื้อหรือกางเกงขายาว เพราะหากจะให้สนามวิ่งทุกสนามจัดในช่วงที่อากาศดี เย็นสบายเหมือนกันทุกสนามก็คงไม่มีอะไรที่จะมาสร้างความตื่นเต้น ความท้าทายให้กับบรรดานักวิ่งที่มีหลากหลาย ดังนั้นสนามนี้ก็เป็นอีกสนามที่น่าวิ่ง แต่นักวิ่งต้องประเมินตนเองและสภาพสนามให้ดี จากปีที่แล้วจัดวิ่งช่วงเย็นวิ่งกันยันเที่ยงคืน ปีนี้จัดวิ่งสายหน่อยวิ่งกันจนเที่ยง สนามนี้จึงเป็นสนามที่สอนอะไรๆให้นักวิ่งได้รับรู้มากขึ้น “วิ่ง” เพียงอย่างเดียวไม่พอ นอกจากการเตรียมตัวการประเมินตนเองแล้ว การประเมินสภาพและคาดการ์ณในสนามก็เป็นสิ่งสำคัญ
ส่วนเรื่องอื่นๆ อาทิ ค่าสมัครที่สูงกว่าหลายๆสนาม อันนี้เป็นเรื่องที่นักวิ่งควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เนื่องจากบางคนก็เต็มใจที่จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งประสพการ์ณ บางคนคิดว่าเอาเงินที่จะจ่ายสนามนี้ไปจ่ายสนามอื่นดีกว่าได้วิ่งอีกหลายสนาม เป็นต้น ทั้งนี้ก็แล้วแต่บุคคล

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: เนื่องจากผู้จัดอาจต้องการเน้นประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ซึ่งจะเห็นได้จากการใช้ชื่อ สถานที่ และเส้นทางการวิ่งที่มีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสวยงามที่นักวิ่งทั้งไทยรู้สึกภูมิใจและดีใจ และนักวิ่งต่างชาติก็รู้สึกตื่นเต้นกับการแสดงเหล่านั้นเช่นกัน แต่ส่วนลึกๆในใจในฐานะนักวิ่งไทยคนหนึ่ง เรารู้สึกว่าสิ่งที่เอามาโชว์นั้นมันเป็นแค่เพียงการแสดงเท่านั้นจริงๆ ราวกับว่านักแสดงถูกจับเอามาวางแล้วเค้าให้แสดงอะไรก็แสดง ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา นักวิ่งจะวิ่งก็วิ่งไป นักแสดงจะแสดงก็แสดงไป ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันสักเท่าไหร่นัก การจัดงานวิ่งอย่างนี้ชุมชนควรมีส่วนร่วมมากกว่านี้แต่ดูไปแล้วชุมชนก็ยังมีส่วนร่วมไม่มากเท่าใดนัก

เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักวิ่ง เรื่องแรกเรื่องความปลอดภัยในชีวิต บนเส้นทางการแข่งขัน การควบคุมการจราจรถึงแม้จะวิ่งถนนซึ่งใช้กันในชุมชน ในหมู่บ้าน แต่การจราจรก็พลุกพล่านในบางจุด ซึ่งส่งผลให้นักวิ่งบางท่านได้รับอันตราย ซึ่งปีที่แล้วก็มีปัญหานี้เช่นกัน และในส่วนของทรัพย์สินที่สูญหาย ซึ่งหากจะแก้ไขตรงจุดนี้ เจ้าหน้าที่และคนในชุมชนควรมีส่วนร่วมให้ขึ้น

ส่วนเรื่องการจัดมาราธอนในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนมากจนถึงโค-ต-ร ร้อน ไม่ว่าจะปล่อยตัวเช้า สาย บ่าย เย็น การให้น้ำทุกๆ 2.5 กิโลค่อนข้างที่จะห่างเกินไปอาจจะย่นมาทุกๆ 2 กิโลน่าจะดีกว่า

การประมวลผลสำหรับนักวิ่งแนวหน้าซึ่งจะขึ้นรับรางวัลต่างๆ การใช้ชิพปัจจุบันยังมีจุดผิดพลาดและบกพร่องไปบ้างดังนั้นการใช้ป้ายบอกอันดับก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยการแจกรางวัลรวดเร็ว กระชับ ฉับไว มากยิ่งขึ้น ปัญหาสำหรับนักวิ่งแนวหน้าก็จะลดลงไป แม้นักวิ่งที่มีปัญหาจะมีไม่มากนักแต่ก็เป็นการดีสำหรับผู้จัดเองที่ทำให้นักวิ่งทุกระดับประทับใจ


อาหารสำหรับนักวิ่งมีเพียงข้าวต้ม และมาม่าเท่านั้น นักวิ่งเข้าไปวิ่งถึงสวนผลไม้ ส้มโอ ลิ้นจี่ มะปราง มะพร้าว แต่นักวิ่งไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง นอกจากจะต้องใช้เงินซื้อมารับประทานเอง อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะบรรยายออกมายังไงเหมือนกัน....

สุดท้ายเป็นสิ่งที่ทำให้นักวิ่งหลายคนน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทำไมผู้จัดเอาใจนักวิ่งต่างชาติซะเหลือเกิน อันนี้นักวิ่งหลายท่านก็เข้าใจว่าทำไม สาเหตุก็คือ นักวิ่งต่างชาติมาวิ่งแบบแพคเกจทัวร์ซึ่งจ่ายค่าสมัครรวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆแพงกว่าชาวบ้านเค้า แต่อยากแนะนำผู้จัดว่าการจะ treat นักวิ่งเหล่านี้ดีกว่าคงไม่เป็นไร แต่ในสนามแข่งขันบริเวณงานนักวิ่งทุกคนน่าจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน ไม่ควรแบ่งแยก แต่หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้วท่านจะแยกนักวิ่งกลุ่มนี้ออกไปก็ไม่เป็นไรหรือหากจะมีบริการพิเศษอื่นๆก็ควรจะแยกออกไป เพื่อไม่ทำให้นักวิ่งเกิดความรู้สึกไม่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้นักวิ่งเข้าใจผู้จัดผิดไปด้วย

งานนี้ฟังจากประสบการ์ณที่นักวิ่งหลายๆท่านบอกเล่ากันบนเว็บบอร์ดแห่งนี้ดูเหมือนจะมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงกันค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่สิ่งเหล่านั้นโดยส่วนใหญ่เป็นทางด้านการจัดการซะมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่สนามนี้ต้องการเป็นอย่างมากที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆได้นั่นก็คือ ความร่วมมือจากชุมชน น้ำใสใจจริงจากชาวบ้าน ที่จะคิดว่างานนี้เป็นส่วนหนึ่ง เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญของชุมชน

Labels: , , , ,

27.11.05

สสส. กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่18

ชื่องาน: สสส. กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่18
วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548
สถานที่: ณ บริเวณสนามไชย หน้าพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
สรุปผลการประเมิน: 75 คะแนน พอใช้ได้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: สำหรับระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตร เป็น loop course โดยเริ่มต้นจากถนนสนามไชยด้านหน้าพระบรมมหาราชวังวิ่งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานพระปิ่นเกล้า ต่อเนื่องไปสู่ถนนยกระดับชื่อ ถนนบรมราชชนนีไปในระยะทาง 15 กิโลเมตร แล้ววนกลับถนนด้านตรงกันข้ามเป็นรูปตัว U ตลอดมาจนถึงกิโลเมตรที่ 28 นักวิ่งจะได้ชมภาพทิวทัศน์ชานกรุงเทพ ในลักษณะ bird's eye view ตอนรุ่งอรุณก่อนที่จะวิ่งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้งหนึ่งบนสะพาน-พระราม 8 ในช่วงของบนถนนระยะประมาณเกือบ 15 กิโลเมตรสุดท้ายจะเป็นเส้นทางที่ร่มรื่นผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น อาคารรัฐสภา พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วัดเบญจมบพิตร พระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนิน ผ่านย่านชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว จนเข้าสู่เส้นชัยหน้าพระบรมมหาราชวัง ณ ที่เดียวกับจุดเริ่มต้น กรุงเทพมาราธอน เป็นมาราธอนที่นักวิ่งให้ความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเส้นทางการวิ่งที่ไม่ยากจนเกินไปนัก วิ่งยาวบนสะพานพระราม8 ซึ่งเส้นทางเกือบจะ 100 เปอร์เซนต์เป็นทางเรียบ ดังนั้นมาราธอนนี้จึงเหมาะกับนักวิ่งทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นแนวหน้า แนวกลาง หรือแม้แต่นักวิ่งน้องใหม่ที่สนใจประเดิมมาราธอนแรกในชีวิต

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
ในปีนี้คณะผู้จัดได้พยายามพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆที่มีผ่านอย่างจริงจัง ปัญหาและข้อบกพร่องในหลายๆ เรื่องได้ถูกแก้ไขไปได้มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องห้องน้ำ จุดให้น้ำ ปริมาณน้ำ รวมทั้งการปรับเวลาปล่อยตัวให้เร็วขึ้นสำหรับนักวิ่งแนวกลางและแนวหลังเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการวิ่งบนถนนใจกลางกรุงเทพมหานคร แต่ถึงแม้จะปรับเวลาปล่อยตัวให้เร็วขึ้นก็ตามที ก็ยังมีนักวิ่งบางส่วนที่เข้าเส้นชัยหลังการปิดการจราจรอยู่ดี ดังนั้นสิ่งที่อยากแนะนำเพื่อนนักวิ่ง เพื่อที่จะได้วิ่งอย่างมีความสุขในสนามมาราธอนแห่งนี้ นั่นก็คือ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งกลุ่มไหนก็ตามที ควรพยายามวิ่งให้เข้าเส้นชัยก่อนเวลา 08.00 น. เพราะหลังจากเวลา 08.00น. เส้นทางการแข่งขันบางส่วนจะเริ่มเปิดให้มีการสัญจรไปมา ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูและแต่ก็ดูจะไม่ปลอดภัยกับนักวิ่งซักเท่าไหร่นัก
เมื่อมีการปล่อยตัวให้เหลื่อมเวลาสำหรับนักวิ่งแนวหน้าและนักวิ่งเพื่อสุขภาพ นักวิ่งควรจะประเมินศักยภาพในการวิ่งของตัวท่านเองให้เหมาะสมว่าท่านควรอยู่ในกลุ่มไหน เพื่อที่เจ้าหน้าจะได้ทำงานได้สะดวกขึ้น และเป็นประโยชน์โดยรวม หากคุณเป็นนักวิ่งน้องใหม่ หรือนักวิ่งเพื่อสุขภาพ ที่สนใจจะร่วมวิ่งสนามนี้ควรทำการฝึกซ้อมให้พร้อม หากท่านฝึกซ้อมไม่พร้อม หรือคิดแล้วว่าหากปล่อยตัวเวลา 02.00 น. ท่านยังไม่สามารถเข้าสู่เส้นชัยภายใน 08.00 น. หรือใช้เวลาวิ่งภายใน 6 ชั่วโมง ก็ควรเลี่ยงสนามนี้ เพราะยังมีมาราธอนอีกหลายๆสนาม ที่ท่านสามารถใช้เวลาในการวิ่งเกิน 6 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ดีกว่าจะเอาชีวิตมาเสี่ยง เพราะหลังจาก 08.00 น. สังเกตได้ว่าการจราจรบางส่วนได้เปิดใช้ รถที่สัญจรไปมาวิ่งกันอย่างไม่แยแส หรือระวังนักวิ่งแต่อย่างใดเลย แม้จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลก็ตาม

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
สำหรับ สสส. กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 18 คณะผู้จัดได้ทำการแก้ไขและปรับปรุงจุดบกพร่องต่างๆที่ผ่านมา ได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการปล่อยตัวก่อนเวลาการแข่งขันของนักวิ่งเพื่อสุขภาพที่สนใจลงมาราธอนให้เร็วขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการวิ่งบนท้องถนนที่ไม่ได้ปิดการจราจรก็เป็นสิ่งที่ได้ผลดีพอสมควร แต่ถึงแม้จะมีการปล่อยตัวให้เร็วขึ้น ก็พบว่ายังมีนักวิ่งบางส่วนที่ต้องวิ่งบนถนนที่มีการจราจรอยู่ดี ดังนั้นหากมีความเป็นไปได้เพื่อให้มีการปิดถนนได้นานขึ้น เส้นทางการวิ่งในช่วงสุดท้ายควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นที่สามารถปิดถนนได้ 100 เปอร์เซนต์จะดีกว่า หากการเปลี่ยนเส้นในช่วงสุดท้ายเป็นไปไม่ได้ ผู้จัดควรกำหนด Qualified Time ให้อยู่ภายในเวลาที่สามารถจะทำการปิดถนนได้ 100 เปอร์เซนต์จะดีกว่า

คำแนะนำถัดมาคือเรื่องอาหารสำหรับนักวิ่ง และอาหารสำหรับนักวิ่งมาราธอน เป็นครั้งแรกที่ได้สังเกตเห็นเพราะทุกครั้งที่ร่วมงานวิ่งกรุงเทพมาราธอนจะเป็นนักวิ่งเสียเอง แต่วันนี้ของดเป็นนักวิ่งมาเป็นผู้สังเกตการ์ณซักครั้ง พบว่าเมื่อนักวิ่งมาราธอน นักวิ่งมินิมาราธอน และเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพออกไปจากจุดสตาร์ทแล้ว บริเวณซุ้มอาหารมีการจัดเตรียมอาหารให้นักวิ่งกันแล้ว และก็มีผู้ใช้บริการจำนวนมากซึ่งไม่ใช่นักวิ่ง อันนี้ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาหารไม่เพียงพอสำหรับนักวิ่ง และก็ดูเหมือนผู้ที่จัดเตรียมอาหารก็ลำบากใจที่จะปฏิเสธเช่นกัน สำหรับมาราธอนนอกจากจะเข้าเส้นชัยช้ากว่าระยะอื่นๆ เข้าเส้นชัยมาอาหารก็หมด หรือหากไม่หมดก็ต้องไปยืนต่อคิวยาว..... วิ่งมาก็เหนื่อยล้ากันพอดู ยังต้องมาต่อคิวอีกคงไม่ไหวแน่ ดังนั้นการเตรียมอาหารบางส่วนสำหรับนักวิ่งมาราธอนเมื่อเข้าเส้นชัยก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นใส่ถุงให้ขณะเข้าเส้น หรือใช้คูปองสำหรับนักวิ่งมาราธอนแล้วไปรับอาหารที่จุดเฉพาะกิจสำหรับมาราธอน

การส่งเสริมให้มีกิจกรรมกองเชียร์จากโรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่นักเรียน นักศึกษาบางกลุ่มก็ยังไม่เข้าใจว่านักวิ่งกลุ่มไหนต้องการกำลังใจ ยิ่งนักวิ่งกลุ่มหลังๆต้องการแรงใจแรงเชียร์เป็นอย่างมากแต่กองเชียร์เริ่มร้อน เริ่มไม่สนุก บางจุดนักวิ่งแทบจะเดินชนกองเชียร์ จะให้ดีผู้จัดควรส่งเสริมให้ชมรมวิ่งต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมให้มากขึ้น ไม่ว่าจะให้ชมรมวิ่งมีการจัดเตรียมกองเชียร์หรือมีการจูงใจด้วยการจัดประกวดกองเชียร์ชมรมวิ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องมีรางวัลมากมาย อาจเป็นถ้วยรางวัลหรือโล่ห์ให้กับผู้ชนะไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งกองเชียร์ที่มาจากนักวิ่งด้วยกันเองก็จะเข้าใจนักวิ่งด้วยกันมากขึ้นด้วย แถมนักวิ่งมาจากทั่วสารทิศ ทั้งเหนือ ใต้ กลาง อิสาน ดังนั้นกองเชียร์ก็จะมีความหลากหลาย ศิลปวัฒนธรรมของแต่ละภาคพวกเรานักวิ่งก็จะได้แลกเปลี่ยนกันชมไปด้วยอีกต่างหาก

และนี่เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผล สสส. กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 18 ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้จัดในการปรับปรุงและแก้ไขข้อบกพร่องในครั้งต่อไป และหวังว่า กรุงเทพมาราธอน จะเป็นสนามที่ประทับใจนักวิ่งมากขึ้นสมเป็นสนามมาราธอนของประเทศไทยที่ใครก็รู้จัก และอยากมาสัมผัส

Labels: , , , ,

23.10.05

ภูเก็ต ภูเขา หาดทราย มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 1

ชื่องาน: ภูเก็ต ภูเขา หาดทราย มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 1
วันที่: 23 ตุลาคม 2548
สถานที่: ณ สวนสาธารณะ กะรน หาดกระรน จ.ภูเก็ต
สรุปผลการประเมิน: 73 คะแนน พอใช้ได้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการแข่งขันสำหรับมาราธอน 42.195 กิโลเมตร เป็นเส้นทางถนนลาดยางวิ่งขึ้นและลงเขา เรียบหาดทราย โดยเริ่มจากสวนสาธารณะกระรน – ย้อนไปภูเก็ตเมอร์ริเดียน ประมาณ 3.5 - และวิ่งย้อนกลับไปแหลมพรหมเทพ และวิ่งกลับมาเข้าสู่เส้นชัย ณ จุดสตาร์ทอีกครั้ง เส้นทางการวิ่งของสนามนี้ถือว่าโหดเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ขึ้นเนินในช่วงสุดท้าย หรือ ลานสกาที่วิ่งไปกลับภูเขา 2 ลูก เรียกว่าสองสนามนั้นถูกทำลายสถิติในด้านความโหดไปเลย เส้นทางขึ้น ลงเขาที่ทั้งสูงและชัน ตลอดเส้นทาง 42.195 กิโลเมตร แต่โชคดีที่อากาศไม่ร้อนมากนัก มีลมทะเลพัดเย็น และฝนตกปรอยๆลงมาเล็กน้อยพอเป็นกะสัย ในบริเวณจุดปล่อยตัว ณ หาดกะรน ค่อนข้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำให้ในเส้นทางในช่วงนั้นค่อนข้างพลุกพล่านนิดหน่อย มีกลิ่นควันรถบ้างเล็กน้อยถึงแม้จะปล่อยตัวเวลา 03.30 น. ก็ตาม

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สำหรับสนามนี้นักวิ่งจะต้องทำการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี เนื่องจากเส้นทางขึ้น-ลงเขา หลายลูกและมีความชันมากพอสมควร สนามนี้ไม่เหมาะสำหรับนักวิ่งมาราธอนเท้าใหม่เท่าใดนัก ในระหว่างการวิ่งสิ่งที่นักวิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ คือเรื่องการเป็นตะคริว เพราะเนื่องจากการวิ่งลงเขาที่ทั้งสูงและชัน จะทำให้เท้าเกร็ง เพื่อป้องกันการลื่นไถลลงมา
ถึงแม้สนามนี้จะมีเงินรางวัลเป็นสิ่งล่อใจนักวิ่งแนวหน้าทั้งหลาย แต่นักวิ่งแนวหน้าก็ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสภาพเส้นทางการวิ่งที่โหดมากๆอย่างนี้ ซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเป็นอย่างมากสำหรับนักวิ่งที่ใช้เวลาเป็นเป้าหมายหลักสำหรับการวิ่ง ดังนั้นอยากบอกว่าหากสนามนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการวิ่ง สนามนี้ก็จะเรียกได้เป็นสนามที่โหดที่สุด เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ชื่นชอบความท้าทาย อาศัยความทรหดสะกดความทรมาน

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
สนามนี้เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นอย่างมาก ได้ทั้งความงามของธรรมชาติที่แฝงไปด้วยความโหดร้ายสำหรับระยะมาราธอน ดังนั้นในการจัดครั้งต่อๆไปหากผู้จัดยังคงใช้เส้นทางเดิม นักวิ่งส่วนใหญ่ที่จะเข้าร่วมวิ่งก็จะเป็นนักวิ่งที่ชื่นชอบความท้าทาย และเหล่าบรรดานักวิ่งหน้าเก่าๆเท่านั้น หน้าใหม่ไม่กล้าลงเพราะสนามนี้ต้องอาศัยความพร้อมของร่างกายเป็นอย่างมากที่จะจบการแข่งขัน สนามนี้อาจจะต้องเน้นไปที่ระยะสั้นเพื่อดึงดูดนักวิ่งหน้าใหม่
ในการจัดครั้งนี้ก็ได้เห็นความตั้งใจของเจ้าภาพเป็นอย่างมาก แต่ในบางครั้งความตั้งใจก็ยังไม่พอที่จะให้งานประสบความสำเร็จดังหวังได้ แต่ก็หวังว่าประสบการ์ณในการจัดครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ ภูเก็ต ภูเขา ชายหาด มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 2 ประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่านี้
สำหรับวัตถุประสงค์การจัดวิ่งในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นการที่การจัดทัวร์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ หรือจัดทำแพคเกจสำหรับนักวิ่งในราคาประหยัด หรือหลายๆระดับตามแต่ความต้องการของนักวิ่งก็จะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นโรงแรมต่างๆก็จะได้เข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นและได้ประโยชน์จากการจัดวิ่งมากขึ้นด้วย

Labels: , , , ,

14.7.05

บางแสนมาราธอน

ชื่องาน: บางแสนมาราธอน (14 กรกฎาคม 2548)
สถานที่: หน้า เดอะไทด์ รีสอร์ท ชายหาดบางแสน
สรุปผลการประเมิน: 70 คะแนน พอใช้ได้ ยังไม่ดีเท่าที่ควร

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งของสนามนี้ถือว่าเป็นสนามที่มีลักษณะใกล้เคียงกับพัทยามาราธอนแต่ว่า บรรยากาศค่อนข้างดีกว่าพัทยา ไม่ร้อนมากนัก เส้นทางการวิ่งสำหรับมาราธอนนี้เป็นการวิ่งไปกลับ สตาร์ทจากบริเวณหน้าเดอะไทด์รีสอร์ท วิ่งออกผ่านไปพัทยาสาย1 ผ่านแหลมแท่น วิ่งเรียบเขาสามมุข ไปเรื่อยๆ ผ่านอ่างศิลา วิ่งตรงตามถนนไปเรื่อยๆ จากอ่างศิลา วิ่งตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปวิ่งในสวนป่าชายเลน ผ่านสำนักงานอบจ. จากนั้นวิ่งบนถนนพระยาสัจจา เกือบถึงศาลากลางจังหวัดชลบุรี แต่เลี้ยวซ้ายก่อนผ่านไปทางศาลารวมในชล ผ่านสวนตำหนักน้ำ และวิ่งตรงขึ้นไปกลับตัวบนสะพานหลังจากวิ่งมา 21 กิโลกว่า เมื่อกลับตัวก็วิ่งกลับตามเส้นทางเดิมเข้าสู่เส้นชัย เส้นทางบางแสนมาราธอนครั้งถือได้ว่าไม่เลวทีเดียวที่จะใช้เป็นเส้นทางเอกลักษณ์สำหรับบางแสนมาราธอน แต่ที่น่าเสียดายก็คือตามเส้นทางไม่ค่อยมีส่วนร่วม หรือกำลังใจจากคนในชุมชนมากนัก

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: เป็นอีกมาราธอนที่คิดว่าเหมาะกับนักวิ่งทุกระดับ เส้นทางไม่ยากเกินไป และไม่ง่าย บรรยากาศสวยงาม แต่หากมาราธอนนี้ยังมีการจัดในครั้งต่อๆไป โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง หรือช่วงเวลาการปล่อยตัว สิ่งที่อยากแนะนำนักวิ่ง และเตือนนักวิ่งเอาไว้ก็คือ ควรทายากันยุ่งป้องกันยุงกัด เพราะเส้นทางที่ผ่านบริเวณที่เป็นสวนป่าชายเลน ยุ่งเยอะมากๆ ใส่กางเกงวิ่งขายาวก็จะช่วยป้องกันได้อีกทางหนึ่ง ไม่ใช่ยุ่งเพียงแค่สิบ ยี่สิบนะคะ ขอเตือนนักวิ่งที่สนใจจะร่วมวิ่งในครั้งต่อๆไป

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: ในเรื่องของเส้นทางการแข่งขันสำหรับมาราธอนถือว่าดีพอสมควร แต่สิ่งที่ทำให้บางแสนมาราธอนครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องมาจากการประชาสัมพันธ์ที่จวนตัวจนเกินไป งานที่หวังจะให้ประสบความสำเร็จควรมีการวางแผนและเตรียมการให้เรียบร้อยมากกว่านี้ การประสัมพันธ์ภายในระยะเวลาเพียงเดือน สองเดือน นักวิ่งมาราธอนก็เตรียมตัวเองให้พร้อมไม่ทันเช่นกัน โดยปกติทั่วไปนักวิ่งมาราธอนที่ตั้งใจมาเพื่อแข่งขันจริงอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 3 เดือนขึ้นไปเพื่อการฝึกซ้อม ดังนั้นการประชาสัมพันธ์เพียงแค่เดือน สองเดือน หรือเพียงแค่เป็นอาทิตย์ นักวิ่งย่อมไม่พร้อมที่จะร่วมงานอยู่แล้ว นอกจากนั้นบางท่านที่อยู่ไกลก็ไม่อาจรับรู้ข้อมูลการแข่งขันได้ทันเวลา การเปลี่ยนผู้จัด หรือผู้รับผิดชอบอย่างเป็นทางการในระยะเวลาเพียงสั้นๆ ก็ทำให้นักวิ่งไขว้เขว ไม่ไว้ใจในความพร้อมของการจัดงาน ดังนั้นหากมีงานไหนที่ทำให้นักวิ่งมั่นใจได้มากกว่านักวิ่งมีความสนใจไปร่วมงานนั้น การเปลี่ยนเส้นทางการวิ่ง จากที่ได้แจ้งไปแล้วอย่างเป็นทางการหรือที่ได้ประชาสัมพันธ์ออกไปไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นผลร้ายให้กับตัวนักวิ่งได้ หากเส้นทางที่แจ้งไว้ไม่ต่างกับเส้นทางใหม่มากนักก็ไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับนักวิ่งใหม่ๆบางท่าน หรือเพิ่งลงสนามแรก หากเส้นทางการวิ่งใหม่ยากเกินศักยภาพที่นักวิ่งได้ประเมินตัวเอง นี่แหละจะทำให้เกิดอันตรายกับนักวิ่งได้ หากไม่อันตรายแต่ก็บั่นทอนจิตใจนักวิ่งพอสมควรการจัดงานวิ่งไม่เฉพาะมาราธอนเท่านั้น รวมถึงกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชน ชุมชนควรเข้ามามีส่วนร่วมบ้าง และควรมีการแจ้งให้ชุมชนได้รับทราบข่าวคราวของกิจกรรมด้วย อย่างน้อยเวลานักวิ่งไม่รู้สถานที่ของงาน คนในชุมชนยังพอให้ข้อมูลที่ถูกต้องได้ การจัดกิจกรรมในครั้งคิดว่าเร่งรัดจนเกินไป ทำให้มีเวลาน้อย ในด้านการเตรียมการ การประชาสัมพันธ์เลยเป็นเหตุทำให้งานวิ่งในครั้งอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ก็หวังว่าคำแนะนำเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้จัดไดัพัฒนาและแก้ไขข้อผิดพลาดและประสบความสำเร็จในครั้งต่อๆไป

Labels: , , , ,

วิทยุออนไลน์ 90.0 Sport Radio

99 FM เมืองไทยแข็งแรง